Honda Jazz Club :: สวัสดี !

** Register Honda Jazz club ท่านใดต้องการสมัครทำดังนี้...**




หน้า: 1 [2] 3 4
ผู้เขียน หัวข้อ: Update ข่าวสารอุตสาหกรรมยานยนต์ กับ Aeroklas  (อ่าน 32222 ครั้ง)
aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #50 เมื่อ: 18 ตุลาคม 2012 - 08:49:53 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 18 ตุลาคม 2555



Chevrolet
ยอดจำหน่ายทั่วโลกสูงสุด 8 ไตรมาสติด เตรียมเปิดตัวรถใหม่ 25 รุ่นทั่วโลกในปี 2013

เชฟโรเลต ประกาศตัวเลขยอดจำหน่ายรถในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2012 สูงกว่า 1.25 ล้านคัน เติบโตเพิ่มขึ้นจากสถิติสูงสุดเดิมเมื่อปีที่แล้ว 3.1 เปอร์เซ็นต์ นับเป็นการสร้างสถิติใหม่ด้านยอดขายติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 8 ส่งผลให้แบรนด์ เชฟโรเลต ทั่วโลกมีอัตราการขยายตัวแซงหน้าแบรนด์รถยนต์ขนาดใหญ่อื่นๆ อย่างต่อเนื่อง

"เชฟโรเลตเชื่อมโยงกับลูกค้าทั่วโลกมากยิ่งขึ้น ด้วยการนำเสนอไลน์ผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์" Mr. Chris Perry รองประธานฝ่ายการตลาด เชฟโรเลต โกลเบิล กล่าว "เชฟโรเลตจะเดินหน้าสร้างความสำเร็จ ต่อยอดจากการทำสถิติยอดขายติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 8 ด้วยการเปิดตัวรถยนต์ใหม่จำนวน 25 รุ่นในปี 2013 ที่จะถึงนี้"

Chevrolet Cruze ยังคงเป็นรถที่มียอดจำหน่ายมากที่สุด ด้วยตัวเลขมากกว่า 550,000 คัน ทำให้ยอดขายรวมนับตั้งแต่เปิดตัวเพิ่มขึ้นกว่า 1.65 ล้านคัน ขณะที่ยอดขายรถขนาดเล็กอย่าง Spark, Aveo/Sonic รวมถึงรถซีดานขนาดกลาง Malibu ก็เติบโตเพิ่มขึ้นเช่นกัน เนื่องจากมีรถส่งถึงโชว์รูมผู้แทนจำหน่าย เชฟโรเลต ทั่วโลกมากขึ้น ขณะเดียวกัน การเปิดตัว Chevrolet Colorado ในประเทศไทย ยังขับเคลื่อนให้ยอดขาย เชฟโรเลต พุ่งทะยานเหนือกว่าปี 2554 ด้วย

เชฟโรเลต มียอดขายเติบโตสูงกว่าไตรมาสที่สามของปีที่แล้วในทุกตลาดสำคัญ 5อันดับแรก ได้แก่

• ในสหรัฐอเมริกา เชฟโรเลต มียอดขาย 458,721 คันในไตรมาสที่ 3 เพิ่มขึ้น 2.1 เปอร์เซ็นต์ นำโดย Chevrolet Volt, Chevrolet Cruze และ Chevrolet Spark
• ในประเทศจีน เชฟโรเลต มียอดขาย 152,328 คันในไตรมาสที่ 3 เพิ่มขึ้น 3.7 เปอร์เซ็นต์
• ในบราซิล ยอดขาย เชฟโรเลต ฟื้นตัวมากกว่า 182,906 คันในไตรมาสที่ 3 ขยายตัว 13.5 เปอร์เซ็นต์ โดยในช่วงสิ้นเดือนตุลาคมนี้ เชฟโรเลต จะแนะนำ Chevrolet Onix รถแฮทช์แบ็กขนาดเล็กรุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมกับระบบเชื่อมต่อ MyLink
• ในรัสเซีย ยังคงมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่องจากการเปิดตัวรถใหม่ 7 รุ่นในปีนี้ โดยมีตัวเลขยอดขาย 58,453 คันในไตรมาสที่ 3 เพิ่มขึ้น 28.8 เปอร์เซ็นต์
• ในเม็กซิโก เชฟโรเลต มียอดขาย 44,387 คันในไตรมาสที่ 3 เพิ่มขึ้น 14.3 เปอร์เซ็นต์

ยอดจำหน่าย Chevrolet 1.25 ล้านคันในช่วงไตรมาสที่สามของปี 2012



ประเทศที่มียอดจำหน่ายสูงสุด
• สหรัฐอเมริกา 458,721
• บราซิล 182,906
• จีน 152,328
• รัสเซีย 58,453
• เม็กซิโก 44,387

เชฟโรเลต จะเดินหน้าปรับเปลี่ยนไลน์ผลิตภัณฑ์ในตลาดสหรัฐอเมริกา ด้วยการเปิดตัวรถใหม่ และการปรับโฉมรวมทั้งหมด 13 รุ่นในปี 2013 ไม่ว่าจะเป็น Chevrolet Impala และ Chevrolet Silverado รวมถึงรถซีดานขับเคลื่อนล้อหลังสมรรถนะสูงอย่าง Chevrolet SS นอกจากนี้ เชฟโรเลต ยังเตรียมเปิดตัวรถอเนกประสงค์ขนาดเล็ก Chevrolet Trax สำหรับทำตลาดทั่วโลกในช่วงไตรมาสที่ 4 ด้วย

การเปิดตัว Chevrolet Trailblazer และ Chevrolet Colorado จะเกิดขึ้นในอีกหลายประเทศทั่วโลก เช่นเดียวกับรถอเนกประสงค์อย่าง Chevrolet Spin ที่จะออกทำตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และบราซิลต้นปีหน้า สำหรับ Chevrolet Onix รถแฮทช์แบ็กขนาดเล็กรุ่นใหม่ จะออกโชว์ตัวที่งานเซา เปาโล ออโต้โชว์ในสัปดาห์หน้า และออกจำหน่ายในประเทศบราซิลช่วงต้นปีหน้าเช่นกัน

ปัจจุบัน เชฟโรเลต ซึ่งเป็นแบรนด์รถยนต์อเมริกัน มียอดจำหน่ายนอกประเทศสหรัฐอเมริกามากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #51 เมื่อ: 19 ตุลาคม 2012 - 08:59:19 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 19 ตุลาคม 2555



Honda Day Live Night Race: Bossa Ska Racing
เที่ยงวันถึงเที่ยงคืน ณ ริมทะเลสาบเมืองทองธานี 17 พฤศจิกายนนี้

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และ บริษัท เฟรชแอร์ เฟสติวัล จำกัด ประกาศจัดกิจกรรมรูปแบบใหม่ ที่รวมเอาความตื่นเต้นในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ สนามกลางคืน และมหกรรมคอนเสิร์ตเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้ชื่องาน Honda Day Live Night Race: Bossa Ska Racing ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 17 พฤศจิกายนนี้ ตั้งแต่เที่ยงวันถึงเที่ยงคืน ณ บริเวณริมทะเลสาบเมืองทองธานี

กิจกรรมดังกล่าวเป็นการรวมการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบที่ ฮอนด้า เคยจัด ภายใต้ชื่อ Honda Racing Fest' ที่ได้รับความสนใจจากนักแข่ง และผู้ชมมากมาย ผสานกับกิจกรรมดนตรี ทั้ง Honda Winter Fest' ต้นแบบเทศกาลดนตรีฤดูหนาวท่ามกลางขุนเขา และงาน Honda Summer Fest' เทศกาลดนตรีฤดูร้อนริมชายหาด ที่มีผู้เข้าร่วมงานมากเป็นประวัติการณ์กว่า 3 แสนคนเข้าไว้ด้วยกัน รวมเป็นจังหวะของความสนุกเร้าใจแนวใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน

ฮอนด้า สานต่อกิจกรรมในครั้งนี้ด้วยการเนรมิตดินแดนแห่งความตื่นเต้นสนุกสนาน ผสานความเร็วเร้าใจในสนามกับการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ ด้วยจำนวนรถแข่งกว่า 70 คันบนสนามกลางคืน หรือ Night Race ที่ได้มาตรฐานเต็มรูปแบบ บวกกับมหกรรมคอนเสิร์ตจากนักร้อง นักดนตรี อาทิ ปาล์มมี่, ทีโบน, ก้านคอคลับ, เจ เจตริน, ลุลา, Mocca Garden, Teddyska Band และอื่นๆ อีกมากมายตลอด 1 วันเต็ม นับเป็นครั้งแรกที่เสียงเชียร์ในสนามแข่งรถ จะดังกึกก้องหลอมรวมกับจังหวะสนุกทุกบีทในเวทีคอนเสิร์ต

นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "ฮอนด้าต้องการมอบความสนุกรูปแบบใหม่ ที่ผสานสุดยอดความท้าทายที่ทุกสายตาจับจ้อง การเป็นเจ้าแห่งความเร็วในสนามแข่งรถ และสุดยอดเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ทั้ง 2 งาน ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานมากมาย เพื่อหลอมรวมเป็นความยิ่งใหญ่ในสไตล์ที่แตกต่าง ภายใต้ชื่อ Honda Day Live Night Race: Bossa Ska Racing ซึ่งฮอนด้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กิจกรรมนี้จะได้รับการตอบรับที่ดีจากแฟนๆ กีฬามอเตอร์สปอร์ต และผู้ที่ติดตามเทศกาลดนตรีของฮอนด้ามาโดยตลอด ขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมสนุก ด้วยกันให้เต็มที่ในงานนี้ครับ"

ดร. ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ให้ข้อมูลด้านการจัดแข่งขันในรูปแบบไนท์เรซในครั้งนี้ว่า "การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบในครั้งนี้ ยังคงแบ่งเป็น 3 รุ่น ได้แก่รุ่น Production Car, Pro Cup 1500 - 1600 และ Pro Cup 2000 ซึ่งนับเป็นการแข่งขันในสนามกลางคืนเป็นครั้งแรก ที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยเต็มรูปแบบ จึงน่าสนุก น่าตื่นเต้น และน่าติดตามกว่าทุกๆ ครั้ง ที่ผ่านมา"

นายวินิจ เลิศรัตนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรชแอร์ เฟสติวัล จำกัด กล่าวเกี่ยวกับการจัดคอนเสิร์ตว่า "Honda Day Live Night Race: Bossa Ska Racing ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ เป็นงานที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ มีศิลปินนักร้องมากมายที่จะมามอบความสนุกที่สุด และความประทับใจที่สุด ท่ามกลางแสง สี เสียง เต็มรูปแบบ บรรยากาศสนุกสนาน และสร้างประสบการณ์ให้กับผู้เข้าชมทุกท่าน ในรูปแบบที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน งานนี้ไม่ควรพลาดครับ"

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น

• Honda Hot Laps ร่วมนั่งรถแข่งจริงในสนามการแข่งขันจริง โดยมีนักแข่งเป็นผู้ขับ สร้างความเร้าใจเหมือนการแข่งขันจริง
• Honda Pit Tour สัมผัสชีวิตจริงในการทำงานของทีมแข่งชั้นนำ และกระทบไหล่นักแข่งตัวจริง พร้อมรับของที่ระลึกจากทีมแข่ง
• Honda Performance Show ชมการขับขี่แบบผาดโผน โดยนักแข่งมืออาชีพ ที่ฝึกฝนมาอย่างชำนาญ
• Honda Car Club Village การรวมตัวของผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ฮอนด้ามากที่สุดในประเทศไทยกว่า 400 คัน

ท่านใดที่สนใจสามารถไปร่วมงานได้นะครับในวันที่ 17 พฤศจิกายนนี้ ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป ณ บริเวณริมทะเลสาบเมืองทองธานี เข้าชมงานฟรี!


Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #52 เมื่อ: 25 ตุลาคม 2012 - 08:54:34 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 25 ตุลาคม 2555



Toyota
รายงานตลาดรถยนต์เดือนกันยายน เพิ่มขึ้น 52.7% 9 เดือนขาย 1,000,577 คัน

นายวุฒิกร
สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รายงานสถิติการขายรถยนต์เดือนกันยายน 2555 มีปริมาณการขายทั้งสิ้น 132,874 คัน เพิ่มขึ้น 52.7% ประกอบด้วยรถยนต์นั่ง 68,282 คัน เพิ่มขึ้น 67.8% รถเพื่อการพาณิชย์ 64,592 คัน เพิ่มขึ้น 39.4% รวมทั้งรถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซกเมนท์นี้ จำนวน 56,282 คัน เพิ่มขึ้น 40.4%

ตลาดรถยนต์เดือนกันยายน มีปริมาณการขาย 132,874 คัน มีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้น 52.7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีปริมาณการขาย 68,282 คัน มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 67.8% ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีปริมาณการขาย 64,592 คัน เพิ่มขึ้น 39.4% เป็นผลจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดที่สูงขึ้นจากนโยบายภาครัฐ

ตลาดรถยนต์สะสม 9 เดือน มีปริมาณการขาย 1,000,577 คัน เพิ่มขึ้น 71.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา เป็นครั้งแรกที่ตลาดรถยนต์ในประเทศมียอดขายมากกว่า 1 ล้านคัน ตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 72.7% ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 70.3% เป็นผลจากความต้องการของตลาดรถยนต์ในประเทศที่มีอยู่สูง ประกอบกับกำลังการผลิตที่มากขึ้น สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนการเติบโตของตลาดรถยนต์

ตลาดรถยนต์ในเดือนตุลาคม ยังคงเติบโตต่อเนื่อง เป็นผลจากยอดค้างจองสะสม และความต้องการของตลาดที่เติบโตต่อเนื่อง ในขณะที่ค่ายรถยนต์ทุกค่ายได้เพิ่มกำลังการผลิต ส่งผลทำให้สามารถส่งมอบรถให้กับลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น ประกอบกับการเร่งใช้สิทธิจากนโยบายรถยนต์คันแรก

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #53 เมื่อ: 26 ตุลาคม 2012 - 09:15:07 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 26 ตุลาคม 2555



Update: 2013 Ford Fiesta
โชว์ตัวรุ่นปรับโฉมตัวถังซีดานที่บราซิล

2012 Sao Paulo Motor Show กลายเป็นงานเด่นที่รวบรวมของใหม่ทั้งแบบโมเดล และไมเนอร์เชนจ์ ฟอร์ด ก็เปิดตัวรถใหม่กับเขาเหมือนกัน โดยเอารุ่นปรับโฉมของ Fiesta เวอร์ชั่นซีดานมาสัมผัสแสงไฟในงานนี้

การปรับโฉมหลักๆ เหมือนรุ่น 5 ประตูแฮทช์แบค คือกระจังหน้าใหม่ ฝากระโปรงหน้าทรง powerdome ที่ทำให้มุมมองด้านหน้าดูทรงพลังขึ้น แนวไฟท้ายปรับเปลี่ยนให้ทรงให้กินพื้นที่เข้าไปในฝากระโปรงหลังมากขึ้น ดูเฉี่ยวและลงตัวกว่ารุ่นปัจจุบันมาก ภายในแม้จะยังไม่มีภาพออกมาให้เห็น แต่ก็คงไม่แตกต่างจากรุ่นแฮทช์แบค

รายละเอียดอื่นๆ ฟอร์ด ยังไม่ปล่อยออกมาในเวลานี้ ทว่าสิ่งที่ต้องมีเพิ่มเติมเข้ามาแน่ๆ คือ ระบบ Active City Stop และเครื่องยนต์ 3 สูบ EcoBoost 1.0 ลิตร โดยในบราซิล ฟอร์ด จะเอาใจแฟนๆ ด้วยการจำหน่าย Fiesta ซีดาน พร้อมเครื่องยนต์ flex fuel ความจุ 1.6 ลิตร



2013 Ford Fiesta
เวอร์ชั่นยุโรปทั้ง 3 และ 5 ประตู ปรับโฉม เพิ่มเทคโนโลยี

ฟอร์ด ปรับโฉมให้ซับคอมแพคท์รุ่นเด่นเจนเนอเรชั่นที่ 6 ของค่าย ทั้งตัวถัง 3 และ 5 ประตู ด้วยกระจังหน้าใหม่ลายขวาง มองดูคล้ายสไตล์ของ Aston Martin ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับที่ใช้ใน Ford Fusion/Modeo รุ่นใหม่ หรือ Ford Focus Electric โดยการเปิดตัวอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในงาน 2012 Paris Motor Show ปลายเดือนกันยายนนี้ หลังจากนั้นจะตีตราจำหน่ายเป็นรุ่นปี 2013

นอกจากกระจังหน้าใหม่แล้ว Fiesta 2013 ยังได้รับการปรับเปลี่ยนฝากระโปรงหน้าใหม่ ติดตั้งไฟ LED day time ใหม่ โดยรวมเข้าไปอยู่ในชุดโคมไฟหน้า ส่วนไฟท้ายก็ได้รับการเปลี่ยนลวดลายเพื่อให้ได้ความรู้สึกสดใหม่รอบคันด้วย

ในส่วนเทคโนโลยีเพิ่มเติม Fiesta 2013 จะติดตั้งแพคเกจระบบ Ford SYNC, ระบบช่วยหยุดรถที่ความเร็วต่ำ Active City Stop และระบบรักษาความปลอดภัย My-Key ที่อนุญาตให้ผู้ปกครองสามารถตั้งค่าจำกัดความเร็วสูงสุดของรถไว้ที่ 128 กม./ชม. จำกัดระดับความดังของวิทยุ และเปิดระบบเสียงเตือนให้คาดเข็มขัดนิรภัยใน 5 นาทีแรกหลังจากสตาร์ท โดยทุกๆ 1 นาที จะหยุดเสียงเพลง หรือวิทยุอัตโนมัติ และมีเสียงเตือน 6 วินาที

แน่นอนว่าไฮไลท์สำคัญที่หลายคนรอคอยอยู่ที่การติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ EcoBoost 1.0 ลิตร อันทรงประสิทธิภาพ ที่คว้า 2 รางวัลใหญ่ International Engine of the Year 2012 และ Best New Engine มาครองได้ โดยล้มแชมป์อย่าง TwinAir ของ เฟียต ไปแบบไร้ข้อกังขา

อย่างไรก็ตาม สเปคข้างต้นนี้เป็นของ Fiesta เวอร์ชั่นยุโรปเท่านั้น ส่วนตลาดในภูมิภาคอื่นๆ รวมทั้งประเทศไทย ต้องติดตามกันต่อไปว่าจะมีอะไรแตกต่างออกไปบ้าง

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #54 เมื่อ: 29 ตุลาคม 2012 - 08:59:20 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 29 ตุลาคม 2555



BMW 1-Series M Coupe ปรับแต่งเพิ่ม เติมสไตล์ โดย ATT-TEC!!!

ATT-TEC จากเยอรมนีโชว์ฝีมือการโมดิฟายด์ BMW 1-Series M Coupe แบบเรียบหรูดูดีมีสไตล์
ซึ่งน่าจะถูกคอนักเลงรถชาวไทย ภายนอกโดดเด่นสะดุดตาด้วยล้ออัลลอย ADV1 5.0 TF ขนาดใหญ่ถึง 20 นิ้วหุ้มด้วยยางเกรดสูง Michelin Pilot Super Sport ทำงานคู่กับชุดช่วงล่าง KW Dynamic Damping Control ที่โหลดตัวรถให้เตี้ยลงเล็กน้อยให้พอดีกับขอบล้อ โดยสามารถเลือกโหมดขับขี่ได้สามแบบคือ Comfort, Sport และ Sport+

ในอนาคต ATT-TEC มีแผนการติดตั้งชุดแอโรพาร์ทคาร์บอนไฟเบอร์เพิ่มเติม ทั้งสปอยเลอร์หน้า ดิฟฟิวเซอร์และสปอยเลอร์บนฝากระโปรงหลัง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าหน้าตาเรียบๆเช่นนี้ก็ดูหล่อเหลาไปอีกแบบ

สำหรับขุมพลังขับเคลื่อน ATT-TEC ปรับเซ็ทกล่อง ECU ใหม่ รีดพละกำลังอยู่ที่ 395 แรงม้า หากลูกค้าต้องการเรี่ยวแรงมากกว่านี้ก็สามารถเลือกติดตั้งอินเตอร์คูลเลอร์ขนาดใหญ่ขึ้นซึ่งจะทำให้แรงม้าเพิ่มขึ้นเป็น 454 ตัว ขณะเดียวกัน ยังสามารถติดท่อไอเสีย Akrapovic และเซ็ทกล่องปลดล็อกท็อปสปีด V-Max ทำให้ความเร็วสูงสุดไหลได้มากกว่า 250 กม./ชม.ได้อีกด้วย

Credit By: www.autospinn.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #55 เมื่อ: 30 ตุลาคม 2012 - 08:57:08 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 30 ตุลาคม 2555



Ford Ranger Double Cab 3.2 Wildtrak
ปิกอัพพันธุ์ดุ ราคาทะลุล้าน

หลังมีโอกาสได้ทดลองขับรุ่น Double Cab 2.2 Hi-rider Wildtrak ไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทีมงาน มอเตอร์ทริเวีย ก็ได้สัมผัสรุ่นสูงสุดของปิกอัพ เรนเจอร์ กับรุ่นย่อย Double Cab 3.2 Wildtrak ขับเคลื่อน 4 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ราคา 1.099 ล้านบาท คุ้มหรือไม่ที่จะจ่ายเงินเพิ่ม เครื่องยนต์ 5 สูบ 200 แรงม้าจะกินน้ำมันดุหรือไม่ อัตราเร่งเป็นอย่างไร คอลัมน์นี้มีคำตอบครับ



รูปลักษณ์ยังไงก็ Wildtrak
ในรุ่นตกแต่งพิเศษ Wildtrak ของเครื่องยนต์ 4 สูบ 2,200 ซีซี และ 5 สูบ 3,200 ซีซี มีความแตกต่างกันเพียงไม่กี่จุด เช่น แถบพลาสติกบริเวณบานพับประตู ที่ระบุรุ่น 3.2, ขยับขนาดล้อแม็กเป็น 18 นิ้ว พร้อมยาง 265/60 R18 และกล้องมองหลังติดตั้งที่โลโก้ ฟอร์ด บนฝากระบะท้าย มิติตัวถังมีความยาว 5,359 มิลลิเมตร กว้าง 1,850 มิลลิเมตร สูง 1,815 มิลลิเมตร ฐานล้อ 3,220 มิลลิเมตร

เช่นเดียวกับรูปลักษณ์ภายนอก ห้องโดยสารของรถรุ่นนี้ได้รับการตกแต่งในสไตล์ Wildtrak เหมือนรุ่น 2.2 ความแตกต่างหลักๆ อยู่ที่สวิตช์ควบคุมระบบปรับอากาศของรุ่น 3.2 ที่เป็นแบบดิจิตอล ด้านข้างของคอนโซลกลางเพิ่มสวิตช์เปิด-ปิดระบบช่วยการทรงตัว, ระบบบล็อกเฟืองท้าย Real Locking Differential และระบบช่วยขับลงเนิน ข้างคอนโซลเกียร์มีสวิตช์หมุนเลือกระบบขับเคลื่อน 2H, 4H และ 4L

เบาะผู้ขับปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง พวงมาลัยเพาเวอร์ปรับสูง-ต่ำได้ แปลกใจตรงก้านบนคอพวงมาลัยที่กลับไปเป็นแบบยุโรป ฝั่งซ้ายควบคุมไฟเลี้ยวและไฟหน้า ฝั่งขวาควบคุมที่ปัดน้ำฝน ชอบใจเป็นพิเศษกับระบบกล้องมองหลังมุมกว้าง ถ่ายทอดภาพมาบนกระจกส่องหลัง มีเส้นกราฟิกกะระยะพร้อมเซ็นเซอร์กะระยะ แถมด้วยภาพกราฟิกบนจอที่คอนโซลกลางอีกด้วย ได้ประโยชน์มากกับรถคันสูงใหญ่ที่มีจุดบอดด้านหลังค่อนข้างมาก



เครื่องยนต์เร่งทันใจ กินไม่ดุ (มาก)
รุ่นท๊อปของเครื่องยนต์ 2,200 ซีซี Double Cab 2.2L 4x4 Wildtrak ราคา 999,000 บาท ได้ส่วนลดภาษีรถคันแรก 95,000 บาท เหลือ 904,000 บาท ส่วนรุ่นที่ทดลองขับครั้งนี้ ราคา 1,099,000 บาท แพงกว่า 195,000 บาท แม้จะเป็นจำนวนเงินไม่น้อย แต่ก็นับว่าคุ้มเมื่อเปรียบเทียบกับอุปกรณ์ที่ได้เพิ่มประมาณ 13 รายการ สิ่งที่เป็นตัวแปรลำดับต่อไปในการตัดสินใจซื้อ นอกจากค่าภาษีประจำปีของรุ่น 3.2 ที่แพงกว่าแล้วก็คือ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่หลายคนหวั่นใจกับตัวเลข 5 สูบ 3,200 ซีซี และ 200 แรงม้า

เริ่มทดสอบอัตราสิ้นเปลืองตั้งแต่รับรถช่วงบ่ายของวันเสาร์ โดยอ้างอิงตัวเลขจากชุดมาตรวัดเป็นหลัก เซต 0 ออกจากจุดรับรถที่สุขุมวิท 22 ขับไปทางพระราม 4 เพื่อขึ้นทางด่วนท่าเรือ มาลงที่ด่านถนนงามวงศ์วานต่อเนื่องถนนรัตนาธิเบศร์ สภาพการจราจรปานกลาง ไม่โล่งมากแต่ก็ไม่ติดหนึบ ระยะทาง 28.7 กิโลเมตร ความเร็วเฉลี่ย 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลือง 11.11 กิโลเมตรต่อลิตร

วันรุ่งขึ้นขับไปถ่ายรูปต่างจังหวัด ออกจากบ้านขึ้นทางด่วนเพื่อเลี่ยงรถติด การจราจรตลอดเส้นทางค่อนข้างโล่ง ใช้ความเร็วระหว่าง 100-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีเร่งไปถึง 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเป็นบางครั้ง ระยะทางเพิ่มขึ้นเป็น 168.4 กิโลเมตร ความเร็วเฉลี่ยเพิ่มเป็น 54 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองลดลงเหลือ 10.4 กิโลเมตรต่อลิตร

ระหว่างถ่ายรูปมีการสตาร์ตเครื่องยนต์เพื่อขยับรถบ่อยครั้ง และคิดว่าต้องนำรถไปทดสอบอัตราสิ้นเปลืองอย่างจริงจังอยู่แล้ว เมื่อถ่ายรูปเสร็จจึงไม่ได้สนใจอัตราสิ้นเปลืองนัก จำได้คร่าวๆ ว่าเห็นตัวเลข 10.4 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือ 9.6 กิโลเมตรต่อลิตร ขับออกจากจุดถ่ายรูปช่วงพลบค่ำ ขับตามสภาพการจราจรด้วยความเร็ว 70-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ย้อนเส้นทางเดิมและขึ้นทางด่วนกลับบ้าน ได้อัตราสิ้นเปลืองที่ทำให้แปลกใจ 7 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือ 14.28 กิโลเมตรต่อลิตร ที่ได้ตัวเลขค่อนข้างดีเพราะใช้ความเร็วไม่สูง และไม่เปลี่ยนความเร็วบ่อยๆ

ช่วงดึกออกไปทดสอบอัตราสิ้นเปลืองอย่างเป็นทางการ โดยเซต 0 ใหม่ ขับขึ้นทางด่วนและเมื่อทางโล่งก็เร่งความเร็วไปถึง 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากนั้นอู้งานด้วยการใช้ครูสคอนโทรล ข้อดีของเครื่องยนต์ดีเซลคือ ไม่ค่อยอ่อนไหวกับสภาพเส้นทางขึ้นเนิน ลองปล่อยให้รถไต่ขึ้นทางที่ค่อนข้างชันด้วยครูสคอนโทรล เกียร์ก็ไม่เปลี่ยนลงต่ำให้แบบรถเบนซิน จึงช่วยให้ประหยัดเพิ่มขึ้นอีกนิด

เมื่อได้ขับด้วยความเร็วคงที่ อัตราสิ้นเปลืองลดลงค่อนข้างเร็วในช่วงแรก และเริ่มนิ่งเมื่อผ่าน 8.7 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ก่อนหมดระยะทางที่ใช้ในการทดสอบ ได้อัตราสิ้นเปลือง 8.2 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือประมาณ 12.19 กิโลเมตรต่อลิตร ถ้าเป็นการขับใช้งานทั่วไป ใช้ความเร็วตามกฎหมายและไม่บรรทุกหนักมาก เฉลี่ยนอกเมืองคาดหวังได้ 10-11 กิโลเมตรต่อลิตร



ความเร็วบนมาตรวัด 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนเครื่องวัดอัตราเร่งแสดง 97 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และความเร็วสูงสุดบนมาตรวัดประมาณ 181-182 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่รอบเครื่องยนต์ 3,100-3,200 รอบต่อนาที ไม่แน่ใจว่าถูกจำกัดความเร็วไว้เพื่อความปลอดภัยหรือไม่ เพราะดูจากกำลังของเครื่องยนต์แล้วน่าจะไปต่อได้อีกพอสมควร

สังเกตว่าอัตราเร่งของรุ่น 3.2 จะค่อนข้างต่อเนื่องแม้ในความเร็วปลายๆ เปรียบเทียบกับรุ่น 2.2 ที่เมื่อถึงความเร็วสูงๆ ต้องใช้ทั้งเวลาและระยะทางมากในการไต่ความเร็ว



เกียร์โหมด D และ Ds เมื่อเหยียบคันเร่งสุดจะเปลี่ยนขึ้นเกียร์สูงที่ประมาณ 3,700-3,800 รอบต่อนาที ต่างกันที่ถ้าเหยียบคันเร่งไม่สุด หรือเหยียบแล้วยก เกียร์ Ds จะยังไม่เปลี่ยนขึ้นเกียร์สูงให้ เมื่อดึงคันเกียร์มาทางขวาเพื่อใช้โหมด +/- จะไม่สามารถคิ๊กดาวน์ได้ เมื่อเปลี่ยนเกียร์ขึ้นสูงแล้วลดความเร็วลงมากๆ เกียร์จะเปลี่ยนลงให้เอง และถ้าความเร็วยังไม่เหมาะสม ก็จะไม่สามารถเปลี่ยนขึ้นเกียร์สูงได้ โดยระบบจะเตือนด้วยตัวเลขบอกตำแหน่งเกียร์กระพริบ

ลากรอบได้สูงสุดประมาณ 4,700 - 4,800 รอบต่อนาที ระบบจะไม่ตัดรอบจึงไม่มีอาการสะดุด แต่รอบจะคาอยู่ตรงนั้น ซึ่งในการใช้งานทั่วไปไม่มีความจำเป็นต้องลากรอบสูงขนาดนั้น แค่เปลี่ยนเกียร์ที่ประมาณ 2,500 รอบต่อนาที ก็ให้อัตราเร่งที่ทันใจมากแล้ว เครื่องยนต์ทำงานนุ่มนวล แทบไม่รู้สึกถึงการสั่นสะเทือนบริเวณพวงมาลัย, หัวเกียร์, พื้นรถ และเบาะนั่ง เสียงเครื่องยนต์ค่อนข้างเงียบเมื่อเข้ามานั่งในห้องโดยสาร

ช่วงล่างไม่แตกต่าง
ยังคงเป็นจุดเด่นของรถรุ่นนี้ กับช่วงล่างที่ให้ความนุ่มนวล ไม่ดีดหรือกระแทกมากนัก ให้สัมผัสที่ละเอียดเกินประเภทรถ การขับใช้งานทั่วไปจึงให้ความสบายพอตัว ขับยาวๆ ได้โดยไม่เหนื่อย และยังคงความหนักแน่นตามสไตล์รถ สามารถลุยได้อย่างมั่นคงและมั่นใจ มาพร้อมออฟชั่นเสริมอย่างระบบล็อกเฟืองท้าย ที่น่าจะถูกใจชาวออฟโรดพันธุ์แท้

ฟอร์ด เรนเจอร์ Double Cab 3.2 Wildtrak แต่งสวยดุจากโรงงาน เครื่องยนต์แรงเหลือเฟือ แต่กินไม่ดุอย่างที่คิด ช่วงล่างนุ่มหนึบหนักแน่น ออฟชั่นครบครันสมราคาเกินล้านบาท ถ้าเพิ่มความเชื่อมั่นด้านบริการหลังการขายได้อีกอย่าง น่าจะช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น


Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #56 เมื่อ: 31 ตุลาคม 2012 - 11:19:08 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 31 ตุลาคม 2555



Volvo เตรียมใช้เทคโนโลยีไร้คนขับในรถรุ่นปี 2014 เป็นต้นไป!!!

เทคโนโลยียานยนต์ขับขี่อัตโนมัติไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือจำกัดเฉพาะในภาพยนตร์ฮอลล
ีวูดล้ำอนาคตอีกต่อไปแล้ว เมื่อ Volvo ประกาศแผนการติดตั้งเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติแบบไร้คนขับในรถยนต์รุ่นใหม่ เริ่มตั้งแต่รุ่นปี 2014 เป็นต้นไป

เทคโนโลยีดังกล่าวมีชื่อว่า Traffic Jam Assistance ถูกพัฒนามาเพื่อใช้งานในช่วงการขับขี่ความเร็วต่ำ โดยผู้ขับไม่ต้องควบคุมตัวรถใดๆทั้งสิ้น แค่นั่งจิบกาแฟและอ่านหนังสือพิมพ์ ปล่อยให้ระบบควบคุมทั้งพวงมาลัย คันเร่งและเบรกอย่างอัตโนมัติที่ความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. หากผู้ขับขี่ต้องการควบคุมรถด้วยตนเองก็เพียงแค่กดคันเร่งหรือเบรกเท่านั้น

“เทคโนโลยีนี้จะช่วยให้การขับขี่ในชีวิตประจำวันมีความผ่อนคลายมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องฝ่าการจราจรอันติดขัดในเมืองใหญ่ ช่วยให้เกิดความปลอดภัยและสะดวกสบายในการขับขี่ความเร็วต่ำ” Peter Mertens รองประธานอาวุโสฝ่ายวิจัยและพัฒนาของ Volvo กล่าว

Volvo ระบุด้วยว่า เทคโนโลยี Traffic Jam Assistance เป็นการปฏิวัติและผสมผสานระบบการใช้เรดาร์ เทคโนโลยีกล้องตรวจจับ ระบบ Adaptive Cruise Control และ Lane Keeping Aid เข้าไว้ด้วยกัน แม้ยักษ์ใหญ่จากสวีเดนจะไม่เปิดเผยว่าจะริเริ่มใช้เทคโนโลยีนี้ในประเทศใด แต่มีความเป็นไปได้สูงว่าลูกค้าชาวอเมริกันจะได้ใช้เป็นกลุ่มแรก


Credit By: www.autospinn.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #57 เมื่อ: 01 พฤศจิกายน 2012 - 09:01:49 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 1 พฤษจิกายน 2555



2013 Lexus LS
เปิดตัว LS ใหม่ปรับโฉมใหญ่ พร้อมรุ่นไฮไลท์จากแผนก Lexus F

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์
ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวรถหรู เลกซัส ตระกูล LS ใหม่ รุ่นปี 2013 ที่ได้รับการปรับปรุงรายละเอียดใหม่มากกว่า 3,000 จุด โดยมี 5 ทางเลือกรุ่นคือ LS460, LS460L แบบ 4 - 5 ที่นั่ง, LS600hL พลังไฮบริด และพิเศษสุดกับรุ่น LS460 F Sport ซึ่งเป็นการเปิดตัวเวอร์ชั่น F จากแผนก Lexus F เป็นครั้งแรกในไลน์ LS Series ระดับราคาตั้งแต่ 9.85 - 13.58 ล้านบาท

LS Series พัฒนาขึ้นภายใต้ปรัชญา 'การแสวงหาความสมบูรณ์แบบ' หรือ 'The Pirsuit of Perfection' โดยตลอดทั้ง 4 เจนเนอเรชั่น LS มียอดจำหน่ายทั่วโลกแล้วกว่า 7.3 แสนคัน



การออกแบบภายนอก

การปรับโฉมใหญ่ครั้งนี้ อยู่บนพื้นฐานของ LS เจนเนอเรชั่น 4 รหัส XF40 โดยใช้จุดเด่นของ เลกซัส ยุคใหม่เป็นหลัก คือ กระจังหน้าทรงเกลียว หรือ spindle grill ที่เริ่มใช้เป็นครั้งแรกในรถต้นแบบ Lexus GS และถือเป็นดีไซน์หลักของ เลกซัส รุ่นใหม่ๆ ในอนาคต ผลงานการสร้างสรรค์ของ มร. คัทสึฮิโกะ อินาโทมิ หัวหน้าทีมออกแบบ GS ซึ่งถูกนำไปใช้ในรถต้นแบบใหม่ของ เลกซัส อย่าง Lexus LF-LC Sports Coupe Concept หรือ Lexus LF-CC Concept รุ่นล่าสุดด้วย

LS ใหม่ใช้หลอด LED ในทุกจุด รวมทั้งไฟตัดหมอกที่ถูกจัดวางในแนวตั้ง พร้อมเลนส์ PES หรือ Poly Ellipsoid System ที่มีขนาดเล็กที่สุด ณ ปัจจุบัน เส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 30 มม. เท่านั้น ส่วนไฟ daytime running lights ออกแบบเป็นรูปรูปทรงตัว L ด้านในทำมุมเป็นแนวเดียวกับกระจังหน้าส่วนบน ขับเน้นเอกลักษณ์ของ spindle grill ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

รุ่น F Sport มากับรูปลักษณ์ที่ดุดันกว่าด้วยกระจังหน้าลายตาข่าย (น่าเสียดายที่วันนี้ตัวจริงไม่มา) ภายในตกแต่งด้วยเบาะสปอร์ต พวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมแพดเดิลชิฟท์ ช่วงล่างปรับระดับด้วยถุงลม หรือ Air Suspension ลดความสูงลงได้ 0.4 นิ้ว มีลิมิเต็ดสลิปแบบ Torsen ให้ใช้งาน เพิ่มความมั่นใจในการหยุดรถด้วยชุดเบรค Brembo คาลิเปอร์หน้า 6 สูบ ล้อขนาด 19 นิ้ว ขึ้นรูปแบบฟอร์จ

ภายใน

ยังคงเน้นที่ความสะดวกสบาย และความเงียบในห้องโดยสาร ติดตั้งระบบปรับอุณหภูมิอัตโนมัติ Multi-Zone ที่ เลกซัส เรียกว่า Lexus Climate Concierge ใช้เซนเซอร์มากกว่า 13 ตัววัดอุณหภูมิในห้องโดยสาร พร้อมทั้งปรับอุณหภูมิของเบาะและพวงมาลัยอัตโนมัติ เพิ่มคุณภาพอากาศด้วย Nano-e ปล่อยประจุลบของน้ำเพื่อดักจับและทำลายแบคทีเรีย ลดกลิ่นอับ และเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ

เพิ่มความหรูด้วยระบบ Advanced Illumination มีไฟ LED สี Champagne White บริเวณคอนโซลหน้าเรืองแสงต้อนรับเมื่อเข้าใกล้ตัวรถ การให้ข้อมูลแบ่งออกเป็น 2 โซน คือ Display Zone ผ่านจอ LCD ขนาด 12.3 นิ้ว และโซนควบคุม หรือ Operation Zone ทำงานผ่านปุ่มควบคุมที่ออกแบบในลักษณะเดียวกับเมาส์ หรือ RTI - Remote Touch Interface เจนเนอเรชั่น 2 แผงหน้าปัดติดตั้งจอเรืองแสง Optitron พร้อมจอแสดงผลแบบ TFT ขนาด 5.8 นิ้ว

ชุดเครื่องเสียงไฮเอนด์จาก Mark Levinson พร้อมระบบ Rear Seat Entertainment System ให้ความบันเทิงเต็มรูปแบบด้วยเครื่องเล่น Blu-ray โดยงานออกแบบทั้งหมดเน้นความสะดวกสบายในการใช้งานที่สุด ภายใต้แนวคิด Human-Centered Engineering



เต็มประสิทธิภาพด้วย V8 4.6 และ 5.0 ลิตร

LS ทุกรุ่นย่อย ทำตลาดด้วยเครื่องยนต์ V8 รหัส 1UR-FSE ความจุ 4.6 ลิตร พร้อมระบบวาล์วแปรผัน Dual VVT-iE กำลังสูงสุด 380 แรงม้า hp ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 50.2 กก.-ม. ที่ 4,100 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. รุ่นพื้นฐานและรุ่น F Sport เท่ากัน 5.7 วินาที ส่วน LS460L ทั้งแบบ 4 และ 5 ที่นั่ง รวมทั้งรุ่นไฮบริด 6.3 วินาที ความเร็วสูงสุดเท่ากันทุกรุ่น 250 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 9 กม./ลิตร ส่วนรุ่นไฮบริด 10.8 กม./ลิตร

รุ่นไฮบริด หรือ LS600hL จัดกำลังมาให้เยอะกว่าด้วยเครื่อง V8 รหัส 2UR-FSE ความจุ 5.0 ลิตร 394 แรงม้า จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า 224 กิโลวัตต์ ทั้งระบบผลิตกำลังได้ 445 แรงม้า hp ส่งกำลังด้วยเกียร์ CVT แบตเตอรี่ยังเป็นชุดเดิม คือ Ni-MH หรือนิคเกิล-เมทัล ไฮไดรด์ อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสีย 219 กรัม/กม. (รุ่นพื้นฐาน 261 กรัม/กม.) ทุกรุ่นผ่านมาตรฐาน Euro 5

ระบบความปลอดภัย และตัวช่วยอำนวยความสะดวก

LS460 ใหม่มากับระบบควบคุมการขับขี่อัจฉริยะ หรือ VDIM - Vehicle Dynamics Integrated Management รวบรวมการทำงานของระบบต่างๆ เข้าไว้ด้วยกันเป็นองค์เดียว เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ประกอบด้วย ระบบกันสะเทือนแบบแปรผัน Adaptive Variable Suspension และ พวงมาลัยไฟฟ้า พร้อมอัตราทดเฟืองพวงมาลัยแปรผัน Variable Gear Ratio Steering รวมทั้งจัดการการทำงานของระบบเบรคด้วย

นอกจากนี้ยังมีระบบ Pre-Crash Safety ใช้เซนเซอร์ตรวจสอบความเปิดไปได้ในกรณีที่การเกิดการชน ระบบจะทำการส่งสัญญาณเตือนมายังหน้าจอ พร้อมสั่งการเข็มขัดนิรภัยให้รั้งผู้ขับและผู้โดยสารแนบเบาะโดยอัตโนมัติ ป้องกันการกระแทกอย่างรุนแรงจากพวงมาลัย คอนโซล หรือถุงลม ทั้งยังมีระบบ Active Headrests ช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บของกระดูกต้นคอในกรณีที่เกิดการชนทางด้านท้ายอีกด้วย

Credit By : www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #58 เมื่อ: 05 พฤศจิกายน 2012 - 09:36:53 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 5 พฤษจิกายน 2555



Ford Ranger
แปลงร่างเป็น Torque ในเกม Transformer

หลังจาก ฟอร์ด ออสเตรเลีย นำรถรุ่น Falcon XR6 มาแปลงร่างเป็น Falcatron ในวีดิโอเกม Transfor
mer: Fall of Cybertron มาแล้ว และประสบความสำเร็จพอสมควร พร้อมกับเปิดให้แฟนเพจเฟสบุ๊คโหวดว่า อยากเห็นรถรุ่นไหนแปลงร่างอีก ล่าสุดผลโหวดออกมาเป็นรถที่ฝรั่งเรียกว่า Compact Pickup Truck รุ่น Ranger Wildtrak ซึ่งไม่มีจำหน่ายในอเมริกาเหนือ ถูกแปลงร่างเป็นหุ่นยนต์ชื่อ Torque เพื่อเป็นตัวละครในเกมเดียวกับ Falcatron ออกแบบโดยส***ิโอแห่งเดิม High Moon Studios นั่นเอง

Transformers: Fall of Cybertron เป็นเกมเดินหน้าลุยแบบมุมมองบุคคลที่ 3 เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จัดจำหน่ายโดยค่ายชื่อดังที่คอเกมคุ้นกันดีอย่าง Activision เล่นได้ทั้งเวอร์ชั่น PC, PlayStation 3 และ Xbox 360

ตัวเกมไม่ต่อเนื่องกับแฟรนไชส์ Transformers ฉบับภาพยนตร์ แต่เดินเส้นเรื่องตามฉบับคอมมิค ซึ่งเป็นเหตุการณ์ในช่วงสงครามของบรรดา Autobots และ Decepticon บนดาว Cybertron นั่นเอง โดยตัวเกมภาคนี้เป็นภาคต่อของ Transformers: War For Cybertron ในปี 2010 จากนั้นจึงจะเป็นเหตุการณ์ในฉบับภาพยนตร์ที่ดาว Cybertron ล่มสลาย จนเหล่าหุ่นทั้งหลายต้องลงมาบนโลกมนุษย์

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #59 เมื่อ: 06 พฤศจิกายน 2012 - 09:09:27 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 6 พฤษจิกายน 2555



2013 Nissan GT-R
เติมสมรรถนะเพิ่มความสปอร์ต

นิสสัน มอเตอร์ เปิดตัว GT-R รุ่นปี 2013 พร้อมทำตลาดในญี่ปุ่น 19 พฤศจิกายนนี้ ปรับปรุงเพิ่มสมรรถนะเครื่อ
งยนต์ เพิ่มความสนุกในการขับ และมีแฮนด์ลิ่งที่ดีกว่าเดิมด้วยการเพิ่มความแข็งแรงให้โครงสร้างตัวถังบริเวณแผงคอนโซลและแผงหน้าปัด เปลี่ยนช๊อคแอ็บซอร์เบอร์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ เปลี่ยนสปริงและเหล็กกันโคลงหน้า ลดความสูงตัวถังลงเล็กน้อยเพื่อลดจุดศูนย์ถ่วงและลดอาการโคลง ช่วยเพิ่มความสนุกในการขับ เพิ่มความมั่นคงเมื่อใช้ความเร็วสูง ให้คุณภาพการขับที่ดีขึ้น

ระบบกันสะเทือนหน้าเพิ่มนอตลูกเบี้ยว เพื่อให้สามารถปรับมุมแคมเบอร์ได้ละเอียดยิ่งขึ้น ดุมล้อได้รับการปรับปรุงให้มีการทำงานที่เชื่อถือได้มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อต้องรับแรงบิดสูงๆ จากเพลาขับขณะขับในสนามแข่ง

เครื่องยนต์ วี6 3,800 ซีซี ทวินเทอร์โบ 550 แรงม้า ได้รับการปรับปรุงให้มีการตอบสนองที่ดีทั้งในรอบกลางและรอบสูง เพิ่มอัตราเร่งช่วงความเร็วปลายให้ดีขึ้นด้วยการเปลี่ยนหัวฉีดใหญ่ขึ้น พร้อมชุดควบคุมที่มีความแม่นยำ เพิ่มวาล์วลดแรงดันที่ชุดบายพาสของตัวเทอร์โบ ช่วยลดแรงดันที่จะไปรบกวนการทำงานของหัวฉีด ส่งผลให้อัตราเร่งในช่วงรอบสูงๆ มีความสม่ำเสมอยิ่งขึ้น รวมทั้งเพิ่มอุปกรณ์รักษาแรงดันน้ำมันเครื่องติดตั้งในอ่างน้ำมันเครื่อง ช่วยให้แรงดันน้ำมันเครื่องคงที่แม้ขับสไตล์สปอร์ต

GT-R แบ่งเป็น 2 รุ่นหลัก คือ Black Edition พวงมาลัยตกแต่งด้วยสีดำ-แดง เบาะ เรคาโร รุ่นคาร์บอนไฟเบอร์มีให้เลือกเป็นออฟชั่น ส่วนรุ่น Premium Edition มาพร้อมการตกแต่งด้วยหนังแท้ Semiarinin เย็บด้วยมือ และการตกแต่งภายในที่สามารถเลือกสีได้

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #60 เมื่อ: 07 พฤศจิกายน 2012 - 09:02:34 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 7 พฤษจิกายน 2555



2013 Volkswagen Amarok
ขยับสมรรถนะ เพิ่มเทคโนโลยี BlueMotion

โฟล์คสวาเก้น อมาร็อค รุ่นปี 2013 เปิดตัวไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา พร้อมให้ออเดอร์แล้วในสหราชอาณาจักรด้วยราคาเริ่มต้น 1.168 ล้านบาท สำหรับรุ่นพื้นฐาน 2.0 TDI 122 แรงม้า (PS) 4Motion และรุ่นสูงสุด 2.0 BiTDI 180 แรงม้า (PS) ราคา 1.55 ล้านบาท 4Motion พร้อมเทคโนโลยี BlueMotion เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ โดยรถทุกรุ่นย่อยที่ทำตลาดในสหราชอาณาจักรและยุโรป จะผลิตที่โรงงานที่ฮานโนเวอร์ประเทศเยอรมนี จากเดิมที่เคยนำเข้าจากโรงงานในอาร์เจนตินา

การเปลี่ยนแปลงอื่นเช่น เพิ่มเทคโนโลยี BlueMotion ซึ่งประกอบด้วยยางลดแรงต้านการหมุน ระบบ Start/Stop และระบบชาร์จไฟเมื่อเบรก เพื่อลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและลดมลพิษ นอกจากนี้ยังปรับปรุงเครื่องยนต์ในรุ่น 2.0 BiTDI เพิ่มกำลังสูงสุดจากเดิม 163 เป็น 180 แรงม้า (PS) ส่วนเกียร์อัตโนมัติลูกใหม่แบบ 8 จังหวะ เป็นออฟชั่นให้เลือก

เครื่องยนต์รุ่นปรับปรุงใหม่ติดตั้งระบบ BlueMotion ส่งผลให้ประหยัดเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 3.9 เปอร์เซ็นต์ ด้วยอัตตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 13.16 กิโลเมตรต่อลิตร เทียบกับ เครื่องยนต์รุ่นก่อน ปรับปรุงที่มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 12.67 กิโลเมตรต่อลิตร ส่วนคาร์บอนไดอ๊อคไซด์ในไอเสียก็ลดลง 10 กรัมต่อกิโลเมตร เหลือ 199 กรัมต่อกิโลเมตร

นอกจากนี้ยังเพิ่มขีดความสามารถในการลากจูงจากเดิม 2,800 กิโลกรัม เป็น 3,000 กิโลกรัมในรุ่นเกียร์ธรรมดา และ 3,200 กิโลกรัมในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ เพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานเช่น เซ็นเซอร์ช่วยถอยหลัง, หัวฉีดน้ำอุ่นล้างกระจกหน้า, ไฟตัดหมอก และล้อแม็ก 19 นิ้ว

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #61 เมื่อ: 08 พฤศจิกายน 2012 - 09:16:00 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 8 พฤษจิกายน 2555

Ford
รุกหน้าขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการ มุ่งยกระดับการให้บริการเหนือระดับแก่ลูกค้า



บริษัท ฟอร์ด ประเทศไทย ประกาศแผนรุกขยายเครือข่ายโชว
์รูมและศูนย์ให้บริการทั่วประเทศ ตั้งเป้าขยายเครือข่ายให้ครบ 140 แห่งภายในสิ้นปี 2556 พร้อมเดินหน้าปรับปรุงภาพลักษณ์ของโชว์รูมของตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อสร้างความพึงพอใจในการบริการที่ได้มาตรฐานระดับโลกให้แก่ลูกค้า

คุณยุคนธร วิเศษโกสิน รองประธานฝ่ายการตลาด ฝ่ายขายและบริการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า "เราใส่ใจและให้ความสำคัญในคุณภาพของการให้บริการ เทียบเท่ากับคุณภาพของรถยนต์ฟอร์ดทุกคัน เรามีความตั้งใจที่จะเปิดตัวรถยนต์อีกหลากหลายรุ่น ทั้งรถยนต์โดยสาร และรถกระบะสู่ตลาดประเทศไทย ฐานลูกค้าของเราขยายตัวอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ดังนั้นเราจึงมุ่งมั่นในการพัฒนา และขยายเครือข่ายศูนย์บริการที่ดี มีมาตรฐานระดับโลก เพื่อรองรับฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้นนี้ด้วย"

นอกเหนือจากการขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการ ซึ่งจะครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศได้อย่างทั่วถึง และอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าแล้ว ฟอร์ด ยังสานต่อในการพัฒนา และปรับปรุงภาพลักษณ์โชว์รูมให้ได้มาตรฐานระดับโลก ภายใต้คอนเซ็ปท์ Brand@Retail ซึ่งมีการจัดวางและตกแต่งพื้นที่ๆ ให้ความสะดวกสบาย พร้อมบรรยากาศอย่างเป็นกันเอง สำหรับลูกค้าที่เข้ามารับบริการของเรา

ส่วนหนึ่งของการยกระดับมาตรฐานโชว์รูม คือการที่ ฟอร์ด จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการในแต่ละที่ เพื่อพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไปพร้อมกับพัฒนาคุณภาพของพนักงาน เพื่อสร้างความมั่นใจว่า ลูกค้าจะได้รับบริการที่เป็นมาตรฐานเดียวกันในโชว์รูม และศูนย์บริการ ฟอร์ด ทุกแห่งทั่วประเทศ

คุณณรงค์ สีตลายน ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผู้จำหน่ายบริษัท ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า "โชว์รูมและศูนย์บริการฟอร์ดทุกสาขาทั่วประเทศ จะได้รับการพัฒนา ปรับปรุงภาพลักษณ์ให้อยู่ในมาตรฐาน และให้ความรู้สึกเดียวกันในแบบของ One Ford ทุกที่ภายในสิ้นปี พ.ศ. 2556"



ค่าใช้จ่ายในบำรุงรักษาตามระยะที่ประหยัดที่สุดในตลาด
ความสำเร็จของ ฟอร์ด ในการขยายตลาดในประเทศไทยมาจาก Ford Fiesta และ Ford Ranger ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง รวมถึง Ford Focus ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่นานนี้

ฟอร์ด แต่ละรุ่นเป็นรถที่มีค่าใช้จ่ายในบำรุงรักษาตามระยะที่ประหยัดที่สุด เมื่อเทียบกับรถในรุ่นเดียวกัน ซึ่งทำให้ ฟอร์ด เป็นรถที่มีความน่าสนใจสำหรับลูกค้ากลุ่มใหม่ของ ฟอร์ด ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว

ฟอร์ด เฟียสต้า เป็นรถที่มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาตามระยะทุกๆ 15,000 กิโลเมตรที่ประหยัดกว่าคู่แข่งในตลาดรถขนาดเล็ก รวมถึงราคาของชิ้นส่วนอะไหล่ที่ถูกกว่าคู่แข่งในตลาดร้อยละ 20 โดยเฉลี่ย

นอกจากนี้ ค่าบำรุงรักษาตามรักษาตามระยะของรถ ฟอร์ด ในระยะ 100,000 กิโลเมตร หรือ 5 ปี ก็ประหยัดกว่าคู่แข่งโดยทั่วไปสูงถึงร้อยละ 76 สำหรับ Ford Fiesta, ร้อยละ 43 สำหรับ Ford Focus และ ร้อยละ 10 สำหรับ Ford Ranger ใหม่ (Ford Fiesta 1.6 ลิตร, Ford Focus 1.6 ลิตร และ Ford Ranger Hi-Rider 1.6 ลิตร)

"ลูกค้าฟอร์ดทั่วประเทศเริ่มรับรู้ว่า ฟอร์ดได้สร้างมาตรฐานใหม่ในการบริการ และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา โดยที่ลูกค้าสามารถรักษารถให้อยู่ในสภาพที่ดีเยี่ยมด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่า และช่วยประหยัดได้มากในระยะยาว" คุณยุคนธร กล่าวเสริม

บริการหลังการขายระดับโลก พร้อมแคมเปญใหม่อันหลากหลาย
baรถของ ฟอร์ด ทุกคัน ได้รับการส่งเสริมด้วยบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม และแคมเปญใหม่ๆ มากมาย ที่เพิ่งเปิดตัวไปก็คือ Ford Mobile Service Units หรือหน่วยบริการเคลื่อนที่ เป็นบริการล่าสุดที่ ฟอร์ด ได้แนะนำเพื่อเพิ่มคุณภาพของโปรแกรมการดูแลลูกค้าในประเทศไทย

ฟอร์ด ได้เปิดตัวบริการ โมบาย เซอร์วิส ยูนิต ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยโปรแกรมนี้ ระกอบไปด้วย รถให้บริการเคลื่อนที่จำนวน 84 คัน ที่พร้อมให้บริการตรวจเช็คขั้นพื้นฐานแก่ลูกค้า ฟอร์ด ในพื้นที่งไกล รวมถึงการใช้เพื่อให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน หรือ Emergency Roadside Assistance แก่ลูกค้า ฟอร์ด

นอกจากนั้น ฝ่ายบริการลูกค้าของ ฟอร์ด ยังนำเสนอผลิตภัณฑ์ด้านการบริการที่สร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็น โปรแกรมการบำรุงรักษารถยนต์ตามระยะ - Scheduled Maintenance Service หรือ SSP และ โปรแกรมขับขี่อุ่นใจ - Premium Protection Plus หรือ PPP ที่แนะนำให้ลูกค้านำรถเข้าตรวจเช็คสภาพตามมาตรฐาน และแผนการบริการของ ฟอร์ด ซึ่งจะช่วยลดค่าบำรุงรักษาตามระยะยาวได้ และมอบความอุ่นใจให้แก่ลูกค้ามากยิ่งขึ้นนออฟชั่น ส่วนรุ่น Premium Edition มาพร้อมการตกแต่งด้วยหนังแท้ Semiarinin เย็บด้วยมือ และการตกแต่งภายในที่สามารถเลือกสีได้

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #62 เมื่อ: 09 พฤศจิกายน 2012 - 09:07:59 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 9 พฤษจิกายน 2555



Ford
ยอดจำหน่ายเดือนตุลาคมในประเทศไทย พุ่ง 62 เปอร์เซ็นต์

ฟอร์ด ประเทศไทย ยังคงประสบความสำเร็จด้านยอดขายอย่างดีเยี่ยมในเดือนตุลาคม ด้วยยอดค้าปลีกรวม 4,334 คัน เพิ่มขึ้น 62 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว จากการที่ Ford Fiesta, Ford Focus และ Ford Ranger ใหม่ มียอดขายเพิ่มขึ้น โดยยอดขาย ฟอร์ด รวมตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือนตุลาคมอยู่ที่ 42,433 คัน เพิ่มขึ้นถึง 70 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

Ford Fiesta ยังคงได้รับความนิยมมอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดค้าปลีกในเดือนตุลาคมที่ 2,415 คัน เพิ่มขึ้น 49 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว นับว่าเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่มีการแข่งขันสูงมากในประเทศไทย และยังคงได้รับความนิยมจากผู้ขับขีที่เป็นคนรุ่นใหม่ ที่ให้ความสนใจรถยนต์ที่ทันสมัยรุ่นนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก เป็นผลมาจากการกระแสความนิยม Ford Fiesta รุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร Ti-VCT พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติพาวเวอร์ชิฟท์ ซึ่งอยู่ภายใต้นโยบายส่งเสริมการเป็นเจ้าของรถคันแรกของรัฐบาล นอกจากนี้ Ford Fiesta รุ่นสูงสุด เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร Ti-VCT พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติพาวเวอร์ชิฟท์ ยังเป็นอีกรุ่นหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากลูกค้า ที่ต้องการอุปกรณ์ที่หรูหราเหนือระดับ เมื่อเทียบกับรถยนตูรุ่นอื่นๆ ในตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็ก

"ลูกค้าในประเทศไทย ยังคงแสดงออกถึงความชื่นชอบในรถฟอร์ด เฟียสต้า ด้วยเหตุผลต่างๆ ที่ล้วนน่าสนใจ" คุณยุคลธร วิเศษโกสิน รองประธานฝ่ายการตลาด การขาย และการบริการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว "เราได้วางแผนรับยอดจองฟอร์ด เฟียสต้า ใหม่ ที่คาดว่าจะเทเข้ามาอย่างล้นหลามไปจนถึงสิ้นเดือนธันวาคม ซึ่งเกิดจากแรงกระตุ้นสองส่วนคือ การจัดงาน มหกรรมยานยนต์ มอเตอร์ เอ็กซ์โป ในเดือนนี้ และการที่นโยบายรถคันแรกจะสิ้นสุดลงในช่วงปลายปี"

ยอดขายในเดือนตุลาคมของ ฟอร์ด ยังได้รับแรงหนุนจากยอดขายที่แข็งแกร่งของ Ford Focus ใหม่ ที่มียอดค้าปลีก 757 คัน เพิ่มขึ้นถึง 284 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับยอดขาย Focus รุ่นก่อนหน้าในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยหลังจาก เปิดตัวในประเทศไทย อย่างเป็นทางการได้เพียง 3 เดือน มียอดจองเกือบ 4,500 คัน

Ford Ranger ใหม่ ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ด้วยยอดค้าปลีกในเดือนตุลาคมที่ 957 คัน เพิ่มขึ้น 28 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับยอดขาย Ranger รุ่นก่อนหน้าในเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว นอกจากนี้ยอดขาย Ranger ใหม่ ตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือนตุลาคม ยังมีจำนวนรวมถึง 15,477 คัน หรือพุ่งขึ้นกว่า 132 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

"ยอดขายที่แข็งแกร่งของฟอร์ด เฟียสต้า, ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ และฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ช่วยผลักดันให้เรามียอดขายตลอดทั้งปี ในระดับที่แข็งแกร่งมาอย่างต่อเนื่อง และจะยังคงเป็นรถรุ่นสำคัญที่จะช่วยให้ฟอร์ดทำสถิติยอดขายในประเทศไทย ได้สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้งในปีนี้" คุณยุคลธร กล่าว


Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #63 เมื่อ: 10 พฤศจิกายน 2012 - 09:26:36 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 10 พฤษจิกายน 2555



Honda Brio Amaze
ประกาศชื่อซีดาน 1.2 ลิตรใหม่ ดึงสุกฤษฏิ์ วิเศษแก้ว เป็นพรีเซนเตอร์
เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมมินิคอนเสิร์ต 23 พฤศจิกายนนี้

ฮอนด้า ประกาศชื่อ รถยนต์ซีดาน ขนาด 1.2 ลิตรใหม่ ในชื่อ บริโอ้ อเมซ ซึ่งจะเปิดตัวในไทยเป็นประเทศแรก พร้อมด้วยพรีเซนเตอร์สุดฮอต บี้ - สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว โดยมีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมมินิคอนเสิร์ต เปิดสมการความสุขโดยบี้ สุกฤษฎิ์ ในวันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน นี้ ณ เพลนารี ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า "หลังจากที่ฮอนด้าประสบความสำเร็จจากการเปิดตัวรถยนต์ในปีนี้ไปแล้วถึง 9 รุ่น เพื่อตอบสนองทุกความต้องการ และไลฟ์สไตล์ของลูกค้าอย่างครบครัน การเปิดตัว บริโอ้ อเมซ ในครั้งนี้ นับเป็นรถยนต์รุ่นที่ 10 ซึ่งฮอนด้าจะแนะนำออกสู่ตลาดในปีนี้ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่ม entry-car"

"บริโอ้ อเมซ เป็นรถยนต์ซีดานขนาดเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร ที่พัฒนาขึ้นสำหรับตลาดเอเชียโดยเฉพาะ และจะเปิดตัวในประเทศไทยเป็นประเทศแรก บริโอ้ อเมซ พัฒนาด้วยแนวคิด 'สมาร์ท ไมโคร ลีมูซีน' คือการออกแบบภายนอกที่มีสไตล์โฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว คล่องตัว แต่มีพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวางสะดวกสบาย ตามหลักการออกแบบยนตรกรรมของฮอนด้า นั่นคือ Man Maximum Machine Minimum ที่เน้นให้ความสำคัญสูงสูดต่อผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร"

"บริโอ้ อเมซ ยังให้การขับขี่อย่างสนุกในทุกอารมณ์ ด้วยเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว 90 แรงม้า แต่ให้การประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีเยี่ยม รถยนต์ซีดาน 1.2 ลิตรใหม่นี้ สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย และแตกต่างได้อย่างลงตัว จึงเป็นที่มาของชื่อ บริโอ้ อเมซ"

เพื่อเป็นการสื่อสารภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์อันโดดเด่น ฮอนด้า ได้ดึงซุปเปอร์สตาร์ บี้ - สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว นักร้องและนักแสดงขวัญใจคนไทย มาเป็นพรีเซนเตอร์ของ บริโอ้ อเมซ ซึ่ง บี้ นับเป็นศิลปินนักร้อง นักแสดง มากความสามารถ ทั้งยังมีบุคลิกของคนรุ่นใหม่ที่คล่องแคล่ว ทันสมัย ส่งผลให้บี้ครองใจแฟนๆ ชาวไทยในทุกเพศ ทุกวัย ทั่วประเทศ โดยคุณสมบัติเหล่านี้ สามารถสะท้อนบุคลิกของ บริโอ้ อเมซ ได้เป็นอย่างดี

ฮอนด้า มีกำหนดเปิดตัว บริโอ้ อเมซ อย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน นี้ ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยจะเริ่มเปิดตัวต่อสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกในเวลา 13:00 - 15:00 น. และหลังจากนั้น ฮอนด้า จะเปิดมินิมอเตอร์โชว์ เพื่อให้ลูกค้าที่สนใจได้ร่วมสัมผัส บริโอ้ อเมซ เป็นครั้งแรกด้วย ตั้งแต่เวลา 15:00 - 20:00 น.

และพิเศษสำหรับลูกค้าที่จอง บริโอ้ อเมซ ภายในงาน รับสิทธิชมมินิคอนเสิร์ต เปิดสมการความสุขโดยบี้ สุกฤษฎิ์ รอบการแสดงวันที่ 23 พฤศจิกายน เวลา 19:00 - 21:00 น. ที่นั่งจำนวนจำกัด สำหรับผู้จองรถในงานเท่านั้น หนึ่งสิทธิ์รับบัตรชมมินิคอนเสิร์ต 2 ใบ

ทั้งนี้ ฮอนด้า บริโอ้ อเมซ ยังเป็นหนึ่งในรถที่ได้รับสิทธิ์คืนภาษีรถยนต์คันแรก ทำให้ปัจจุบัน ฮอนด้า มีรถยนต์ที่เข้าร่วมโครงการฯ มากถึง 6 รุ่น คือ Honda Brio, Honda Jazz, Honda Jazz Hybrid, Honda City, Honda City CNG และ Honda Brio Amaze ลูกค้าที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูม ฮอนด้า ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #64 เมื่อ: 12 พฤศจิกายน 2012 - 08:37:15 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 12 พฤษจิกายน 2555




Mitsubishi
ยอดขายเดือนตุลาคมสูงสุด 13,640 คัน ยอดขายรถยนต์รวม 10 เดือน ทะลุ 100,000 คัน
พร้อมจัด Mitsubishi Happy Day สร้างความสุขให้ลูกค้าทั่วประเทศ

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย แจ้งยอดขายรถยนต์เดือนตุลาคม สร้างสถิติใหม่อีกครั้งด้วยยอดขายสูงสุด 13,640 คัน เติบโตขึ้น 268.55% ปลื้ม มิราจ ใหม่ ยอดขายยังแรงต่อเนื่อง ช่วยหนุนยอดขาย มิตซูบิชิ รวมทะลุ 100,000 คันภายใน 10 เดือน พร้อมเชิญลูกค้าและผู้สนใจร่วมสัมผัสความสุข ความสนุกในกิจกรรม Mitsubishi Happy Day ที่โชว์รูมรถยนต์มิตซูบิชิ 80 แห่งทั่วประเทศ ไปจนถึงเดือนมีนาคมปีหน้า

มร. โนบุยูกิ มูราฮาชิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด แจ้งยอดขายรถยนต์ มิตซูบิชิ ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมาว่า มิตซูบิชิมียอดขายรวมอยู่ที่ 13,640 คัน เติบโตขึ้นถึง 268.55% ซึ่งถือเป็นสถิติยอดขายสูงสุดของบริษัท โดยเป็นผลมาจากกระแสตอบรับในรถยนต์ มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ ที่มียอดขายอยู่ที่ 6,740 คัน คิดเป็น 49.41% ของยอดขายรวมของในเดือนตุลาคม ตามมาด้วย มิตซูบิชิ ไทรทัน 4,713 คัน เติบโตขึ้นถึง 102.36% ในขณะที่ ปาเจโร สปอร์ต มียอดขายอยู่ที่ 1,989 คัน เติบโตขึ้น 79.19%% ทั้งนี้ยอดที่สูงขึ้นดังกล่าว ยังส่งผลให้บริษัทฯ มียอดขายรวมตั้งแต่เดือน มกราคม - ตุลาคม อยู่ที่ 100,235 คัน ซึ่งถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

"ยอดขายของมิตซูบิชิ เติบโตขึ้นอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการแนะนำรถยนต์มิตซูบิ มิราจ ใหม่ ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า จนทำให้กลายเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์หลักที่สร้างการเติบโตให้กับบริษัท และทำให้เรามียอดขายรวมจนถึงเดือนตุลาคมกว่า 100,000 คัน ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ ทั้งนี้ผมเชื่อว่า ยอดขายรถยนต์มิตซูบิชิจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในระยะสองเดือนที่เหลือ ซึ่งถือเป็นช่วงที่ตลาดรถยนต์มีความคึกคักเป็นพิเศษ และจะทำให้ยอดขายรถยนต์รวมของเราเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 126,000 คัน ภายในสิ้นปีนี้อย่างแน่นอน"

มร. มูราฮาชิ กล่าวเสริมถึงการจัดกิจกรรมทางการตลาดของบริษัทฯ ในช่วงนี้ว่า บริษัทฯ ได้ร่วมกับผู้จำหน่าย เชิญลูกค้าและผู้ที่สนใจมาร่วมงาน Mitsubishi Happy Day ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจ เลือกใช้รถยนต์มิตซูบิชิ รวมทั้งเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าในพื้นที่

"ภายในงานนอกจากจะได้สัมผัสสมรรถนะของรถยนต์มิตซูบิชิทุกรุ่น พร้อมรับสาระความรู้จากการอบรมการใช้รถเบื้องต้น และสัมผัสประสบการณ์ทดสอบรถขับขี่ประหยัดและปลอดภัยกับ มิตซูบิชิ มิราจ และมิตซูบิชิทุกรุ่นแล้ว ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้ร่วมสนุกกับกิจกรรมบันเทิงมากมายในบรรยากาศเทศกาลญี่ปุ่น อาทิ มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชั้นนำ ร่วมพบปะพูดคุยกับดารานักแสดงมากความสามารถ พร้อมโชว์สุดประทับใจจาก Thailand's got Talent และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย"

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #65 เมื่อ: 13 พฤศจิกายน 2012 - 09:50:12 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 13 พฤษจิกายน 2555



2013 Maserati Quattroporte
เจนเนอเรชั่นใหม่เตรียมเปิดตัวต้นปี 2013

ทำตลาดเจนเนอเรชั่นที่ 5 มาอย่างยาวนานถึง 8 ปี โดยมีการปรับโฉมเล็กๆ 1 ครั้งในป
ี 2009 มาเซราติ เตรียมเปิดตัวรถธง ซีดานหรูฟูลไซส์ 4 ประตู Quattroporte เจนเนอเรชั่นที่ 6 ในช่วงกลางเดือนมกราคม 2013 ที่งาน North American International Auto Show หรือ ดีทรอยท์ 2013
ตามข้อมูลเบื้องต้น Quattroporte จะเปิดตัวด้วยรุ่นเครื่องยนต์ V8 กำลังสูงสุดมากกว่า 500 แรงม้า hp พร้อมจับคู่เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะลูกใหม่ของ ZF โดยยังไม่มีการยืนยันว่าจะมีรุ่น V6 ในอนาคตหรือไม่ หน้าตาขอยืมรูปแบบมาจาก GranTurismo อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะชุดกระจังหน้าและกันชน

มาเซราติ ให้ข้อมูลว่า ระบบขับเคลื่อนสำหรับ Quattroporte ใหม่นั้น เป็นชุดระบบขับเคลื่อนเจนเนอเรชั่นใหม่ ที่ออกแบบและพัฒนาโดยความร่วมมือของวิศวกร มาเซราติ - เฟอร์รารี่ และสร้างขึ้นที่โรงงานในมาราเนลโล

Mr. Harald Wester ซีอีโอของ มาเซราติ กล่าวว่า Quattroporte เจนเนอเรชั่น 6 เป็น 1 ใน 3 ของรถหรูที่ มาเซราติ เตรียมเปิดตัวในอนาคต โดยอีกอีก 2 รุ่นที่เหลือคือซีดานขนาดกลาง Maserati Ghibli ซึ่งเป็นการนำชื่อ Ghibli กลับมาอีกครั้งหลังยุค 70 เพื่อใช้แทนที่ชื่อ Maserati GranTurismo และ SUV ครอสโอเวอร์ Maserati Levante

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #66 เมื่อ: 14 พฤศจิกายน 2012 - 09:36:44 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 14 พฤษจิกายน 2555



2012 Toyota Corolla Altis E85
เปิดตัวรุ่น 1.8 ลิตร E85 ปรับราคาลงจากการได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี

โตโยต้า เปิดตัว Toyota Corolla Altis ปรับโฉมใหม่ โดยรุ่นเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล E85 ได้ พร้อมราคาใหม่ที่ปรับลดลง จากสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากอัตราภาษีรถยนต์ E85 พร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ อั้ม - พัชราภา ไชยเชื้อ และเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสายยานยนต์ได้พิสูจน์สมรรถนะ ณ ลานอเนกประสงค์ กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์

นายวิเชียร เอมประเสริฐสุข รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เผยว่า "โคโรลล่า อัลติส ใหม่ เป็นผลิตภัณฑ์ที่สำคัญที่สุดอีกรุ่นหนึ่งในกลุ่มรถยนต์นั่งของโตโยต้า ซึ่งแนะนำเข้าสู่ตลาดประเทศไทยมาเป็นเวลากว่า 46 ปี และได้รับการตอบรับจากลูกค้าในฐานะรถยนต์นั่งยอดนิยมของคนไทย ด้วยยอดขายรวมกว่า 813,000 คัน (ยอดขายถึงเดือนกันยายน 2555) ซึ่งความสำเร็จทางด้านการขายมากมายเช่นนี้ เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า โคโรลล่าได้รับการยอมรับเป็นอย่างดี ทั้งด้านคุณภาพ และความคุ้มค่า สามารถครองใจลูกค้ามาอย่างยาวนาน"


"จากการที่โตโยต้าได้ตระหนักถึงเรื่องการอนุรักษ์พลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม เราจึงได้ทำการพัฒนา โคโรลล่า อัลติส ใหม่ ที่พร้อมใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล E85 ในรุ่นเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร โดยได้มีการปรับเปลี่ยนวัสดุ และชนิดสารเคลือบของอุปกรณ์ต่างๆ อาทิเช่น แหวนลูกสูบและลูกสูบ ท่อส่งน้ำมันเข้าหัวฉีดวาล์วและบ่าวาล์ว ของทั้งไอดีและไอเสีย หัวเทียน รวมทั้ง PCV วาล์ว เพื่อให้สามารถรองรับการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล E85 ได้อย่างมั่นใจ ตามมาตรฐานจากโรงงานของโตโยต้า พร้อมกับได้รับสิทธิประโยชน์จากอัตราภาษีรถยนต์ที่ลดลง ทำให้เราได้มีการปรับราคาเพื่อให้ลูกค้าสามารถจับจองเป็นเจ้าของ โคโรลล่า อัลติส ได้ง่ายดายยิ่งขึ้น"

โตโยต้า ทำการปรับเปลี่ยนรายละเอียด Aitis ใหม่เพิ่มเติม ผลิตภัณฑ์ โดยรุ่น 1.8 ลิตร มีการเพิ่มรุ่น 1.8G Navi กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ภายในโทนสีเทา-ดำ ระบบนำทาง In-Car Navigator พร้อมกล้องมองหลัง

รุ่น 2.0 ลิตร เพิ่มกระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ แสดงภาพจากกล้องมองหลังผ่านทางกระจกได้ ส่วนรุ่น 1.6 ลิตร (1.6E CNG A/T, 1.6J M/T, CNG M/T (Color) และ CNG M/T) เพิ่มถุงลมและเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบรั้งกลับอัตโนมัติ นอกจากนี้ทั้งรุ่น 2.0 ลิตร และ 1.8 ลิตร ทุกรุ่น ยังติดตั้งเครื่องยนต์ Dual VVT-i ส่งกำลังด้วยเกียร์ Super CVT-i 7speed ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม และประหยัดน้ำมันอีกด้วย

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #67 เมื่อ: 15 พฤศจิกายน 2012 - 09:15:46 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 15 พฤษจิกายน 2555



Update: 2013 Toyota Avalon รุ่น 2.5 ไฮบริด 16.9 กม./ลิตร

อัพเดทกันอีกครั้ง โตโยต้า ปล่อยข้อมูลจำเพาะและราคาของ Avalon เจนเนอเรชั่นที่ 4 ออกมาแล้ว การทำตลาดในสหรัฐฯ จะเริ่มขึ้นในเดือนธันวาคม 2012 โดยก่อนหน้านี้ EPA ได้ประกาศผลอัตราสิ้นเปลืองของรุ่นไฮบริดอย่างเป็นทางการ แบบรวมและในเมืองออกมาที่ 16.9 กม./ลิตร เท่ากัน ส่วนไฮเวย์ตกลงไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น 16.6 กม./ลิตร

จุดเด่นภายนอกของ Avalon ใหม่คือโคมไฟหน้าที่ โตโยต้า เรียกว่า Quadrabeam ไฟต่ำใช้หลอด LED พร้อมเลนส์ PES หรือ Poly Ellipsoid System ทรงเหลี่ยมด้านละ 2 ดวง เทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้ใน Lexus LS รุ่นปี 2013 ส่วนไฟวิ่งกลางวัน Daytime Running Lights ใช้หลอด LED ฝั่งละ 3 ดวง รุ่นพื้นฐานสีภายนอกมีสีใหม่ 2 สีคือ Moulin Rouge Mica และ Champagne Mica พร้อมล้ออลูมิเนียม 17 - 18 นิ้ว ส่วนรุ่นไฮบริดติดตั้งล้อ 17 นิ้ว พร้อมยางลดแรงต้านการหมุนของ Michelin

รุ่นไฮบริดนั้น เป็นการต่อยอดมาจากระบบ Hybrid Synergy Drive ที่ใช้ใน Camry Hybrid ใหม่ อาศัยกำลังจากเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร 2AR-FXE แบบ Atkinson cycle กำลังสูงสุด 154 แรงม้า hp จับคู่มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กำลังรวม 105 กิโลวัตต์ (140 แรงม้า) ส่งกำลังด้วยเกียร์ CVT น่าเสียดายที่แบตเตอรี่แพคยังไม่อัพเกรดมาเป็นลิเธียม-ไอออนเหมือนรถรุ่นปี 2013 แบบผู้ผลิตอื่นๆ โดยยังคงใช้งานชุดแบตเตอรี่นิคเกิล-เมทัล ไฮไดรด์เหมือน Camry กำลังรวมทั้งระบบ 200 แรงม้า hp แบ่งโหมดการขับเป็น 3 แบบคือ EV, ECO และ SPORT

รุ่นพื้นฐานเหมือนข่าวเดิมทางด้านล่าง คือยังคงใช้พละกำลังจากเครื่องยนต์ V6 Dual VVT-i ความจุ 3.5 ลิตร 2GR-FE เหมือนเจนเนอเรชั่น 3 ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ กำลังสูงสุด 268 แรงม้า hp ที่ 2,600 รอบ/นาที แรงบิด 34.2 กก.-ม. ที่ 4,700 รอบ/นาที อัตราทดเกียร์ถูกปรับปรุงใหม่ให้มีความกระฉับกระเฉงขึ้น อัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ต่ำกว่า 7 วินาที ในขณะที่อัตราสิ้นเปลืองไม่สูงเกินไปนัก โดยอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยจากการทดสอบของ EPA อยู่ที่ 10.6 กม./ลิตร

ราคาจำหน่าย Avalon รุ่นไฮบริดเริ่มต้นที่ 35,555 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1.1 ล้านบาท รุ่นท๊อปขยับไปที่ 41,400 ดอลลาร์ หรือราว 1.27 ล้านบาท ส่วนรุ่นพื้นฐานเบนซิน V6 เริ่มต้นที่ 33,195 ดอลลาร์ หรือราว 1 ล้านบาท

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #68 เมื่อ: 16 พฤศจิกายน 2012 - 09:27:36 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 16 พฤษจิกายน 2555



Nissan
ยอดขายประจำเดือนตุลาคม 2555 ทุบสถิติอีกครั้ง Eco Car ยังคงนำ

บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศยอดขายประจำเดือนตุลาคม 2555 มีจำนวนทั้งสิ้น 12,701 คัน นับเป็นยอดขายประจำเดือนสูงสุดในรอบ 60 ปีที่บริษัทฯ ดำเนินกิจการมา ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ถึง 288 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกัน และมากกว่าเดือนที่ผ่านมา 8.5 เปอร์เซ็นต์

"ปีนี้นับเป็นปีที่ดีมากสำหรับตลาดรถยนต์ในประเทศไทย โดยยอดขายที่เพิ่มขึ้นนั้นมาจากการที่บริษัทฯ สามารถฟื้นตัวได้เร็ว และกลับมาผลิตได้อย่างเต็มกำลังอีกครั้ง หลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ พร้อมการสนับสนุนที่ดีจากรัฐบาลในเรื่องนโยบายคืนภาษีรถคันแรก ที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดการตัดสินใจซื้อเพิ่มขึ้นด้วย" คุณประพัฒน์ เชยชม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสการตลาดและขาย กล่าว

"รถยนต์อีโค คาร์ ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นของบริษัทฯ และเราก็ยังคงครองความเป็นผู้นำตลาดอยู่ โดย Nissan March มียอดขายในเดือนตุลาคมอยู่ที่ 3,444 คัน, Nissan Almera อยู่ที่ 5,896 คัน ส่วน Nissan Sylphy ที่พึ่งเปิดตัวไปเมื่อสิงหาคมที่ผ่านมา มียอดขายรวมอยู่ที่ 5,000 คัน ซึ่งเป็นยอดขายที่น่าพึงพอใจสำหรับการแข่งขันที่ดุเดือดของรถยนต์ระดับกลาง"

ยอดขายเดือนตุลาคมนี้เป็นสิ่งที่ยืนยันว่า บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นในการเดินหน้าตามแผนธุรกิจ NMT Power Up 2016 ตามที่ได้ประกาศไปเมื่อปีที่ผ่านมาว่า เราจะเพิ่มความได้เปรียบทางด้านผลิตภัณฑ์ ด้วยการแนะนำรถรุ่นใหม่อย่างน้อย 2 รุ่นต่อปี ควบคู่ไปกับการพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายและการบริการหลังการขาย เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า

ในปีงบประมาณ 2555 นี้ นิสสัน ประกาศตั้งเป้าการขายใหม่อยู่ที่ 132,000 คัน หรือส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 10 เปอร์เซ็นต์ โดยปัจจุบันนี้ มีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 8.6 เปอร์เซนต์


Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #69 เมื่อ: 19 พฤศจิกายน 2012 - 10:06:59 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 19 พฤษจิกายน 2555



Nissan Slyphy 1.6 Eco Test Drive
ขับประหยัดสบายๆ สไตล์ท่องเที่ยว

ในช่วงนี้ การทดสอบรถแบบขับประหยัดกำลังได้รับความนิยมจากค่ายรถยนต์ต่างๆ เพราะแต่ละบริษัทก็ต้องการโชว์ประสิทธิภาพในด้านการประหยัดเชื้อเพลิง เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคในยุคน้ำมันแพง ล่าสุดเป็นคิวของ นิสสัน ที่จัดขับประหยัดบนเส้นทางกรุงเทพฯ - เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ด้วยรถยนต์รุ่นใหม่ ซิลฟี เครื่องยนต์ 1,600 ซีซี เน้นการขับท่องเที่ยวสบายๆ ระยะทางที่ใช้ในการทดสอบอัตราสิ้นเปลืองประมาณ 120 กิโลเมตร จำกัดเวลาไว้แบบหลวมๆ และไม่มีข้อห้ามใดๆ ระบุเพียงว่าเติมลมยางหน้า/หลัง 31/33 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว

จุดปล่อยตัวอยู่ที่โชว์รูม นิสสัน บนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ บริษัท สยามกลการ เทรดดิ้ง จำกัด เริ่มต้นด้วยการกล่าวต้อนรับสื่อมวลชนโดย คุณชนกนันท์ เตชะภัทรพร ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด และสรุปข้อมูลผลิตภัณฑ์โดย คุณภควัฏ ตาปสนันทน์ Assistant General Manager Commercial Car Product Marketing ซึ่งปัจจุบันดูแลในส่วนของรถยนต์นั่งด้วย นอกจากนี้ได้รับเกียรติจาก คุณกิติสร ปุณณะหิตานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามกลการ เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวต้อนรับสื่อมวลชน

นิสสัน เชื่อว่าผู้ขับทุกคนสามารถขับรถให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ ไม่จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ เพียงแต่ต้องเรียนรู้วิธีการขับ ซึ่งไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อน และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับให้เหมาะสมกับสภาพการจราจร ก่อนการทดสอบจะเริ่มขึ้นจึงได้เชิญวิศวกรของ นิสสัน มาให้ข้อมูลว่า ต้องขับอย่างไรถึงจะประหยัดเชื้อเพลิง รวมถึงการใช้มาตรวัดอัตราสิ้นเปลือง และมาตรวัดแสดงความประหยัด ที่มีใน นิสสัน ซิลฟี ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ตอนลงทะเบียนก็เจอกับข่าวร้ายว่างานนี้ผมต้องขับคนเดียว เพราะเพื่อนที่ขับคู่กันติดธุระด่วน ไม่สามารถมาร่วมงานได้ แต่ก็มีทีมประชาสัมพันธ์ คุณวิชาญ ศิลปลิขิตพร มานั่งเป็นเพื่อนพร้อมทำหน้าที่เป็นผู้นำทางให้ด้วย รถที่ใช้ในการทดสอบมีทั้งรุ่นสูงสุด 1.6V และรุ่นรอง 1.6E ก่อนออกเดินทางผู้ขับรถแต่ละคันจะต้องดูแลรถของตัวเองว่า ทีมงานของ นิสสัน ได้เติมน้ำมันเชื้อเพลิงให้ถึงจุดที่กำหนดหรือยัง โดยในการเติมให้เต็มจะไม่ใช้การเขย่า แต่จะเติมแล้วรอให้น้ำมันยุบตัวลงไป และเติมเพิ่มกระทั่งน้ำมันไม่ยุบตัว จากนั้นจึงให้ คุณกิติสร ปุณณะหิตานนท์ เซ็นชื่อบนสติ๊กเกอร์ที่ปิดทับบนฝาปิดที่เติมน้ำมัน เซ็ต 0 ข้อมูลการขับบนชุดมาตรวัด และลงบันทึกเวลาออกเดินทาง

การเดินทางช่วงแรกจาก บริษัท สยามกลการ เทรดดิ้ง จำกัด ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ไปยังร้านแม็คโดนัลที่จุดพักรถบนมอเตอร์เวย์ ระยะทางไม่ไกลแค่ 60.5 กิโลเมตร แต่ให้เวลามากถึง 80 นาที เพราะเผื่อสภาพการจราจรที่ติดขัด เนื่องจากไม่ได้ขึ้นทางด่วน ให้ใช้เส้นทางพื้นราบต่อเนื่องมอเตอร์เวย์ โชคดีที่ตอนปล่อยตัวเวลา 9.17 น. รถไม่ติดมาก คำนวณเวลาแล้วน่าจะถึงก่อน 10.37 น. พอสมควร (9.17 น. บวกกับ ?1.20 ชั่วโมง)

แม้จะไม่ได้บังคับเรื่องการเปิดแอร์ แต่ผมก็ต้องเปิดแค่แผ่วๆ และตั้งอุณหภูมิไว้ค่อนข้างสูง ไม่ใช่เพราะคาดหวังเรื่องความประหยัด แต่เพราะไม่ค่อยสบาย ถ้าเปิดแอร์เย็นมากจะคันคอและไอ แต่ด้วยความเกรงใจพีอาร์ที่นั่งไปด้วย เนื่องจากอากาศค่อนข้างร้อนและรถไม่มีฟิล์ม จึงเปิดพอให้เย็นๆ และปรับช่องแอร์ไปทางอื่น ส่วนผมก็ขับแบบเหงื่อซึมไปตลอดทาง และเนื่องจากบอกว่าขับแบบสบายๆ ผมจึงไม่ได้ขับแบบเน้นประหยัดเต็มที่ แค่ขับด้วยความนุ่มนวล รักษาความเร็วให้คงที่ และไม่คิ๊กดาวน์ แต่ใช้ความเร็วไม่ต่ำมาก 100 - 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

เมื่อเข้ามอเตอร์เวย์การจราจรค่อนข้างโล่ง สามารถใช้ความเร็วนิ่งๆ ได้ ลองคำนวณอีกครั้งพบว่าด้วยระยะเวลาที่กำหนดกับระยะทางที่เหลือ สามารถขับด้วยความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ จึงลองลดวามเร็วลงมาเหลือ 60 - 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พบว่ารถพ่วงหรือรถเทรลเลอร์ซึ่งเป็นรถที่ช้าที่สุดบนถนน ยังพยายามจะแซงรถผมที่วิ่งอยู่เลนซ้ายสุด จะหลบออกไปเลนกลางก็เจอกับรถที่เร็วกว่า สุดท้ายถึงตัดสินใจใช้ความเร็วมากกว่ารถพ่วงเล็กน้อย ประมาณ 80 - 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อมีช่วงที่โล่งจริงๆ จึงลดความเร็วลงเพื่อความประหยัด

เกียร์อัตโนมัติ XTRONIC CVT นอกจากมีการทำงานที่นุ่มนวลต่อเนื่องแล้ว ยังมีส่วนช่วยเรื่องความประหยัด ด้วยอัตราทดที่แปรผันต่อเนื่อง และมีช่วงกว้าง ช่วงออกตัวใช้อัตราทดสูงให้การตอบสนองที่ดี และเมื่อใช้ความเร็วนิ่งๆ เกียร์จะปรับอัตราทดให้ต่ำลง โดยที่ความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้รอบแค่ประมาณ 2,100 รอบต่อนาทีเท่านั้น ส่วนการเร่งแซงจะไม่มีช่วงรอบตกเมื่อเปลี่ยนเกียร์ขึ้นสูง ช่วยให้เร่งได้อย่างรวดเร็วและทันใจพอสมควร แม้จะเป็นเครื่องยนต์ขนาดกลางๆ 1,600 ซีซี 116 แรงม้า

แม้จะพยายามขับแบบดึงๆ แล้ว สุดท้ายก็ยังถึงจุดหมายแรกด้วยเวลาที่เร็วกว่ากำหนดถึง 9 นาที ความเร็วเฉลี่ย 48 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหมือนจะช้าแล้ว แต่ก็ยังถือว่าเร็วเมื่อเปรียบเทียบกับคันอื่นที่ได้ความเร็วเฉลี่ย 35 - 38 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แน่นอนว่าส่งผลถึงอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยในชุดมาตรวัดด้วย คันที่ผมขับได้ 19.2 กิโลเมตรต่อลิตร ส่วนคันอื่นเลข 2 นำหน้ากันหมด ทำเอาผมเครียดไปเหมือนกัน เพราะช่วงที่ 2 ซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายของการทดสอบ มีระยะทางให้แก้ตัวเพียง 58.3 กิโลเมตรเท่านั้น แถมสภาพการจราจรแถวนั้นจะค่อนข้างหนาแน่น เพราะรถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่งกันเยอะ เนื่องจากอยู่ใกล้ท่าเรือแหลมฉบัง

ออกจากจุดพักรถในเวลา 11.00 น. เวลาที่กำหนดในช่วงนี้ คือ 1.10 ชั่วโมง ต้องถึงปั๊มที่อยู่งออกไป 58.3 กิโลเมตร ในเวลา 12.10 น. เวลาอยู่ในขั้นหลวมๆ สบายๆ ใช้ความเร็วเฉลี่ย 72 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็จะถึงปลายทางตามเวลาที่กำหนด แต่ก็ต้องเผื่อรถติดด้วย

ช่วงแรกที่ยังอยู่บนมอเตอร์เวย์ ผมเริ่มขับแบบปั้นตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองบ้าง เมื่อลดความเร็วเดินทางลง อัตราสิ้นเปลืองก็ขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง คำนวณแล้วว่ายังไงก็ถึงปลายทางก่อนกำหนดแน่ แต่ก็ไม่สามารถใช้ความเร็วแบบคลานๆ ได้ เนื่องจากรถบรรทุกขนาดใหญ่หลายคัน ต้องใช้ความเร็วในการเร่งส่งรถเพื่อขึ้นเนินชันในบางช่วง จึงต้องใช้ความเร็วเท่าๆ กับรถที่ขับช้าที่สุดบนถนน และก็เป็นไปตามคาด คือ เส้นทางช่วงนี้ไม่สามารถรักษาความเร็วคงที่ได้ เพราะเมื่อรถใหญ่แซงกันเอง ก็ต้องขับตามหลังด้วยความเร็วต่ำมาก เมื่อรถบรรทุกหลบซ้าย ก็ต้องเพิ่มความเร็วเพื่อแซงแล้วหลบเข้าซ้ายด้านหน้ารถบรรทุก เพื่อเปิดทางให้รถด้านหลังที่ขับเร็วกว่าแซงขึ้นไป

ในรถ นิสสัน ซิลฟี มีมาตรวัดอัตราสิ้นเปลืองแบบ Real-Time ที่มาพร้อมมาตรวัดความประหยัด ถ้าเลี้ยงคันเร่งให้อยู่ในโซนประหยัดได้อย่างต่อเนื่อง อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงก็จะลดลง นอกจากนี้ยังสามารถแสดงผลอัตราสิ้นเปลืองแบบ Real-Time เปรียบเทียบกับอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย เพื่อดูว่าขณะนั้นอัตราสิ้นเปลือง Real-Time ต่ำกว่าหรือสูงกว่าอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย ถ้าอัตราสิ้นเปลือง Real-Time ต่ำกว่าอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย ก็มีแนวโน้มว่าอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยจะลดลงได้อีก

ในส่วนของมาตรวัดอัตราสิ้นเปลืองแบบ Real-Time มีประโยชน์มากในด้านการปรับน้ำหนักเท้าที่ใช้กดคันเร่ง ถ้าไม่มีมาตรวัดนี้ เมื่อกดคันเร่งได้ความเร็วที่ต้องการแล้ว ผู้ขับส่วนใหญ่ก็จะคงน้ำหนักในการกดไว้ แต่ใน นิสสัน ซิลฟี ที่มีมาตรวัดแบบ Real-Time ทำให้เมื่อได้ความเร็วที่ต้องการแล้ว สามารถผ่อนคันเร่งได้อีกนิดโดยที่ความเร็วไม่ลดลง แต่อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงแบบ Real-Time เพิ่มขึ้นมาก สามารถใช้ความเร็วที่ต้องการโดยที่เครื่องยนต์มีความประหยัดสูงสุด แต่ก็อย่าลืมเรื่องความปลอดภัยด้วย ไม่ใช่เพ่งแต่มาตรวัดจนเกิดอุบัติเหตุ

ผมใช้วิธีการขับแบบนี้จนถึงปั๊มน้ำมันปลายทาง ที่จะต้องเติมน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มเพื่อคำนวณอัตราสิ้นเปลือง เมื่อถึงปั๊มก็ดับเครื่องยนต์แล้วจอดรถคิว เพราะรถทุกคันจะต้องเติมที่หัวจ่ายเดียวกัน ผมถึงปั๊มก่อนเวลาประมาณ 9 นาที บันทึกข้อมูลการขับ ได้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 22.2 กิโลเมตรต่อลิตร ระยะทาง 121.7 กิโลเมตร ที่เหลือคือลุ้นว่าจะเติมเพิ่มกี่ลิตร และจะขยับจากตำแหน่งบ๊วยได้หรือเปล่า

หัวจ่ายที่ใช้เติมมีลูกเล่นด้วยการนำกระดาษแข็งมาปิดช่องบอกจำนวนลิตรที่เติมเพิ่ม การเติมใช้วิธีเดิม คือ หยอดแล้วรอให้น้ำมันยุบตัว คันที่ผมขับหยอดนานมาก จนเพื่อนแซวว่าเติมเยอะเพราะขับเร็ว แซงเพื่อนคันอื่นที่ออกเดินทางไปก่อน เมื่อน้ำมันไม่ยุบแล้วจึงเปิดกระดาษแข็งขึ้น พบว่าเติมน้ำมันเพิ่ม 3.369 ลิตร เป็นเงิน 123.6 บาท อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยประหยัดเหลือเชื่อ 36.12 กิโลเมตรต่อลิตร คิดเป็นค่าน้ำมันเชื้อเพลิง 1.01 บาทต่อกิโลเมตร

เฉลี่ยรถทั้ง 7 คันที่ทดสอบ ได้อัตราสิ้นเปลือง 34.58 กิโลเมตรต่อลิตร ระยะทาง 121.7 กิโลเมตร เวลาเฉลี่ย 133 นาที ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง 3.53 ลิตร โดยมีรถที่ประหยัดสูงสุดถึง 40.16 กิโลเมตรต่อลิตร

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #70 เมื่อ: 20 พฤศจิกายน 2012 - 08:46:10 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 20 พฤษจิกายน 2555



TSL Auto Corporation
ทุ่มงบกว่า 25 ล้าน เนรมิต TSL Pavilion ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 29

ทีเอสแอล ออโต้ ร่วมฉลองความสุขส่งท้ายปีมังกรทอง ทุ่มงบกว่า
25 ล้านบาท เนรมิต ทีเอสแอล พาวิลเลียน ยกทัพยนตรกรรมระดับพรีเมียมจากฝั่งยุโรปและญี่ปุ่น มาประชันโฉมให้ได้สัมผัสและจับจองกันอย่างใกล้ชิด พร้อมโปรโมชั่นอลังการ เป็นของขวัญพิเศษให้แก่ลูกค้าในงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 29

นางสาวสุรีย์ภรณ์ อุดมผลวณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีเอสแอล ออโต้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายยนตรกรรมชั้นนำจากต่างประเทศแบบครบวงจร เผยว่า "สำหรับงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 29 หรือ Thailand International Motor Expo 2012 ในครั้งนี้ ทีเอสแอลได้ทุ่มงบประมาณกว่า 25 ล้านบาท เพื่อเนรมิตพื้นที่กว่า 880 ตารางเมตร จัดสร้าง 'ทีเอสแอล พาวิลเลียน' ขึ้นภายใต้แนวคิด 'The Endless Road...อิสระเกินใคร ไกลเกินจินตนาการ' โดยเน้นให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างทีเอสแอลกับกลุ่มลูกค้า ที่มีให้กันมายาวนานกว่า 30 ปี และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของทีเอสแอล ในฐานะผู้นำเข้ารถยนต์อิสระอันดับ 1 ที่เพียบพร้อมด้วยยนตรกรรมอันล้ำสมัย และการบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม"

รูปแบบของ ทีเอสแอล พาวิลเลียน เน้นความโดดเด่นและสะดุดตาด้วยโทนสีขาวบริสุทธิ์ พร้อมด้วยลานขนาดใหญ่ ที่ผสมผสานระหว่างความล้ำสมัยกับความคลาสสิคไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว พร้อมจัดแสดงยนตรกรรมระดับพรีเมียม 19 รุ่น รวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ทีเอสแอล ยังได้ถือโอกาสนี้ เปิดตัวชุดแต่ง VATH จากประเทศเยอรมันเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อเอาใจสาวกรถดาวสามแฉกที่ชื่นชอบความสปอร์ตและความเร้าใจโดยเฉพาะ นอกจากนี้ ทีเอสแอล ยังได้เตรียมโปรโมชั่นสุดอลังการเพื่อมอบเป็นของขวัญสุดพิเศษให้แก่ลูกค้ามากมาย อาทิ ส่วนลดสูงสุดถึง 1 ล้านบาท หรือการรับ Warranty นานถึง 3 ปีแบบไม่จำกัดระยะทางโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

พบกับความอลังการระดับพรีเมียมเหล่านี้ได้ที่ ทีเอสแอล พาวิลเลียน ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 29 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน - 10 ธันวาคม 2555

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #71 เมื่อ: 22 พฤศจิกายน 2012 - 08:58:33 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 22 พฤษจิกายน 2555



Hi-Kool
เตรียมความพร้อมรับงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2012

Hi-Kool เตรียมโชว์ศักยภาพในงาน มอเตอร์เอ็กซ์โป 2012 โชว์สุดยอดนวัตกรรม ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ พร้อมอัดโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายส่งท้ายปลายปี มั่นใจส่งผลให้ยอดติดตั้งฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ Hi-Kool ปีนี้ทะลุ 5 แสนคันอย่างแน่นอน

นางสาวชลิฏา วณิชชากรพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีวณิชย์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสง Hi-Kool และ Super Hi-Kool เปิดเผยว่า บริษัทได้เตรียมความพร้อมสำหรับกิจกรรมที่ยิ่งใหญ่ของวงการรถยนต์เมืองไทย ในงาน มอเตอร์เอ็กซ์โป 2012 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 29 พ.ย. - 10 ธ.ค.2555 ณ อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี โดยจะขนกองทัพฟิล์มกรองแสงทุกรุ่นมาจัดแสดงภายในงาน ตั้งแต่ฟิล์ม Original Series Hi-Kool ที่มีชื่อเสียง และได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดมายาวนานกว่า 30 ปี จนถึงฟิล์มรุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งนำเข้ามาทำตลาด มาให้ทดสอบประสิทธิภาพการกันความร้อนให้เห็นกับตา

สำหรับฟิล์มกรองแสงที่ถือเป็นไฮไลท์ของบูธ Hi-Kool ในปีนี้ ได้แก่ Super Hi-Kool รุ่น Black Pearl Series ฟิล์มระดับพรีเมี่ยม ที่ผลิตจากวัตถุดิบที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี ผ่านกรรมวิธีการผลิตที่ดีที่สุดจากโรงงานที่ดีที่สุดในอเมริกา เพื่อให้มั่นใจได้ว่า เมื่อติดฟิล์มแล้วรถของลูกค้าจะดูหรูหราขึ้น แต่ยังคงทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ด้วยความโดดเด่นในการเป็นฟิล์มโทนดำ สะท้อนด้านเดียว เข้ากับรถได้เกือบทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ เสริมความหรูหรา เนื้อฟิล์มกึ่งนิรภัย หนา 2 มิว ถือได้ว่าเป็นฟิล์มรุ่นแรก ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นหลายข้อรวมไว้ด้วยกัน ซึ่งตรงกับสโลแกนที่บริษัทวางไว้ คือ 'ที่สุดแห่งฟิล์มกรองแสง'

นอกจากนี้ยังมี Hi-Kool Handle Guard ฟิล์มใสป้องกันรอยมือจับประตูรถ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องสีรถไม่ให้เกิดรอยขูดขีด เพราะผลิตจากโพลียูรีเทน หนา 200 ไมครอน มีความเหนียวนุ่ม ไม่ฉีกขาดง่าย ใช้ติดตั้งบริเวณที่ต้องการปกป้อง โดยไม่ทำให้สีรถเปลี่ยน แต่กลับทำให้รถมีประกายเงางาม

"จุดเด่นที่เรานำมาเสนอในงานนี้ก็คือ การโชว์ประสิทธิภาพของฟิล์มรุ่นต่างๆ ที่มีให้เลือกอย่างหลากหลาย สามารถกันความร้อน และรังสียูวีได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะจากการสำรวจพบว่า ปัจจัยที่ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อฟิล์มติดรถยนต์ นอกจากกันยูวีแล้วยังต้องสามารถกันความร้อนได้ดีด้วย"

"ขณะเดียวกัน ตลาดรถยนต์ในยุคนี้ก็มีการดีไซน์รูปลักษณ์ของตัวรถได้โฉบเฉียวมากขึ้น มีหลายสีหลายแบบให้เลือก ดังนั้นการตัดสินใจซื้อฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ก็เป็นเสมือนเครื่องประดับที่สำคัญชิ้นหนึ่งของรถ ที่จะส่งผลให้รถดูสวยยิ่งขึ้น"

นางสาวชลิฏา กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการนำเสนอฟิล์มกรองแสงที่มีหลากหลายรุ่นแล้ว บริษัทยังเตรียมเจ้าหน้าที่มาให้ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ฟิล์มกรองแสง เรื่องพลังงานความร้อน และวิธีการเลือกฟิล์มกรองแสงที่ถูกต้องให้กับผู้บริโภค รวมทั้งโปรโมชั่นพิเศษสำหรับผู้ซื้อฟิล์มกรองแสงภายในงาน ด้วยส่วนลดสูงสุดถึง 40% โดยบริษัทตั้งเป้ายอดขายจากงาน มอเตอร์เอ็กซ์โป 2012 ในครั้งนี้ประมาณ 600 คัน และคาดว่าจากโปรโมชั่นที่จะมีอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปลายปี น่าจะผลักดันให้ยอดติดตั้งฟิล์มกรองแสง Hi-Kool ในปีนี้ ทะลุ 5 แสนคันอย่างแน่นอน

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #72 เมื่อ: 23 พฤศจิกายน 2012 - 08:48:54 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 23 พฤษจิกายน 2555



2014 Ford Fiesta EcoBoost
เฟียสต้าปรับโฉมพร้อมเครื่องยนต์ใหม่

ตามกรอบเวลาจากข่าวเดิมทางด้านล่าง ถึงกำหนดการบุกตลาดสหรัฐอเมริกาของ ฟอร์ด ด้วยรุ่นปรับโฉมของ เฟียสต้า ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 3 สูบ 1,000 ซีซี แบ่งเป็น 2 ระดับความแรง คือ 100 และ 125 แรงม้า (PS) แรงบิด20.42 กก.-ม. เปรียบเทียบกับรุ่นก่อนปรับโฉมที่ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ 1,600 ซีซี ไม่มีระบบอัดอากาศ 120 แรงม้า แรงบิด 15.45 กก.-ม.

Mr. Joe Bakaj รองประธานฝ่ายวิศวกรรมเครื่องยนต์กล่าวว่า "ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ได้ทดลองขับรถรุ่นนี้ จะรู้สึกแปลกใจว่าเครื่องยนต์ 3 สูบเทอร์โบ สามารถให้การตอบสนองได้ดีกว่าที่คิด และไม่ได้สนใจว่าเป็นเครื่องยนต์ 3 สูบ เพราะได้รับความพอใจในด้านความลื่นไหล ความเงียบขณะเดินเบา อัตราเร่งที่ทันใจ เสียงที่เร้าใจ และที่สำคัญคือ ความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง"

น่าเสียดายที่ ฟอร์ด ไม่ได้ระบุตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองของรุ่น 100 แรงม้า เผยเพียงตัวเลขสมรรถนะในรุ่น 125 แรงม้า เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ เร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 9.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 196 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 23.25 กิโลเมตรต่อลิตร •ประสบการณ์ทดสอบรถขับขี่ประหยัดและปลอดภัยกับ มิตซูบิชิ มิราจ และมิตซูบิชิทุกรุ่นแล้ว ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้ร่วมสนุกกับกิจกรรมบันเทิงมากมายในบรรยากาศเทศกาลญี่ปุ่น อาทิ มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชั้นนำ ร่วมพบปะพูดคุยกับดารานักแสดงมากความสามารถ พร้อมโชว์สุดประทับใจจาก Thailand's got Talent และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย"

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #73 เมื่อ: 27 พฤศจิกายน 2012 - 08:27:34 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 27 พฤษจิกายน 2555



Corolla Altis
คุณภาพที่เหนือกว่าเดิม กับเทคโนโลยี E85

หากจะพูดถึงรถยนต์ที่ครองใจพี่น้องชาวไทยมาอย่างยาวนาน แน่นอนครับ คงจะหนีไม่พ้น โตโยต้า เพราะ โตโยต้า เป็นแบรนด์รถยนต์ที่อยู่เคียงข้างกับผู้ใช้รถชาวไทยมานานถึง 50 ปี

รถยนต์หลายต่อหลายรุ่นจาก โตโยต้า ได้รับกระแสตอบรับและความนิยมอย่างสูงจากผู้ใช้รถ ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋ง รถกระบะ หรือแม้กระทั่งรถตู้ ต่างเป็นที่ชื่นชอบของผู้ใช้รถมาแล้วทั้งนั้น โดยเฉพาะรถเก๋ง อย่าง Toyota Corolla Altis ก็เป็นรถอีกรุ่นหนึ่งที่ถูกจับตามอง และได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้ใช้รถเสมอมา ไม่ว่าจะถูกพัฒนามาแล้วกี่รุ่น กี่เวอร์ชั่นก็ตาม

ล่าสุด โตโยต้า ได้พัฒนา Corolla Altis รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมเครื่องยนต์อันทรงพลัง ความงามของรูปลักษณ์ทั้งภายนอกและภายใน รวมทั้งความล้ำสมัยของเทคโนโลยีต่างๆ ซึ่ง Corolla Altis ตัวนี้ได้ปรับปรุงและพัฒนาในทุกด้านให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในรุ่น 1.8 ลิตร ที่สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล E85 ได้ กับราคาใหม่ที่ปรับลดลง จากสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากอัตราภาษีรถยนต์ E85 ทำให้ Corolla Altis E85 เป็นที่น่าจับตามองอย่างมาก

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า Corolla Altis โดดเด่นในเรื่องของเครื่องยนต์มานาน และครั้งนี้ก็เช่นกัน Altis ยังคงไม่ทำให้บรรดาคอคนรักรถผิดหวัง ด้วยเครื่องยนต์ 2ZR-FBE พร้อมใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล E85 ความจุ 1,800 ซีซี แบบ 4 สูบแถวเรียง DOHC ระบบวาล์วอัจฉริยะ Dual VVT-i (Variable Valve Timing-intelligent) ปรับจังหวะเปิด-ปิดลิ้นไอดีและไอเสียแบบแปรผัน โดยสอดคล้องกับการทำงานของเครื่องยนต์ เครื่องยนต์จึงทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ และมีประสิทธิภาพสูงสุด อัตราเร่งดี ขับขี่ได้ราบรื่น ช่วยลดมลพิษ และประหยัดเชื้อเพลิงได้ดีเยี่ยม

ในรุ่นเครื่องยนต์ 1.8 ลิตรนี้ ได้มีการปรับเปลี่ยนวัสดุ และชนิดสารเคลือบของอุปกรณ์หลายอย่าง เพื่อตอบสนองเทคโนโลยีใหม่ของ โตโยต้า อาทิเช่น แหวนลูกสูบและลูกสูบ ท่อส่งน้ำมันเข้าหัวฉีดวาล์วและบ่าวาล์วของทั้งไอดีและไอเสีย หัวเทียน รวมทั้ง PCV วาล์ว เพื่อให้สามารถรองรับการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล E85 ได้อย่างมั่นใจตามมาตรฐานของโรงงาน โตโยต้า

ในส่วนของระบบเกียร์ ครั้งนี้ Corolla Altis ยังคงโดดเด่นเหนือใคร ด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i7 สปีด ซึ่งระบบเกียร์ตัวนี้เป็นแบบ Gate-Type พร้อม Sequential เป็นอีกขั้นของเทคโนโลยีที่ทำให้การเปลี่ยนเกียร์ต่อเนื่อง โดยไม่ต้องมีจังหวะพักเพื่อส่งกำลังขณะเปลี่ยนเกียร์ ทุกสปีดจึงนุ่มนวล ไม่สะดุด ส่งความแรงอย่างต่อเนื่อง และเร้าใจยิ่งขึ้น ตอบสนองทันใจอย่างเกียร์อัตโนมัติ แต่ขับสนุกอย่างเกียร์ธรรมดา และได้อารมณ์แบบสปอร์ต เพียงขยับคันเกียร์ไปที่ + หรือ – ได้ถึง 7 ตำแหน่ง เราก็สามารถเลือกระดับความเร็วได้อย่างแม่นยำ ตอบสนองการขับขี่ของเราได้อย่างยอดเยี่ยม

ความพิเศษยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะ โตโยต้า ยังใส่ลูกเล่น และเพิ่มเติมในส่วนของรายละเอียดของ อุปกรณ์ตกแต่งลงไปอีกมากมาย โดยเฉพาะเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกในรุ่น 1.8 ลิตร ที่มาพร้อมกับกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ทำให้รถดูโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้นไปอีก

ส่วนภายในก็ไม่เคยผิดหวัง ครั้งนี้ Corolla Altis มาในโทนสีเทา-ดำ ทั้งเบาะที่นั่ง แผงประตู คอนโซล พวงมาลัยและหัวเกียร์ ที่ให้อารมณ์สปอร์ต อีกทั้งยังเพิ่มในส่วนระบบนำทางในรถยนต์ In-Car Navigator พร้อมกล้องมองหลัง ทำให้คนขับอย่างเราๆ ปลอดภัย และสะดวกมากยิ่งขึ้น ในการเห็นสิ่งกีดขวางด้านหลัง หรือกระทั่งการถอยหลังเข้าจอด เรียกได้ว่าตอบสนองทั้งความสะดวกสบาย ความสวยงาม และมาพร้อมกับความปลอดภัยอีกต่างหาก

คราวนี้ เราเขยิบมาที่รุ่น 2.0 ลิตร กันบ้าง รุ่นนี้ก็มาพร้อมกับฟังก์ชั่นใหม่ๆ เช่นกัน เพราะได้มีการเพิ่มกระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติเข้ามาในรุ่น 2.0V NAVI ขณะที่ในรุ่น 2.0V และ 2.0G ยังสามารถแสดงภาพจากกล้องมองหลังผ่านทางมุมล่างของกระจกได้ เรียกว่าเจ๋งมากๆ

ด้านน้องเล็ก ในรุ่น 1.6 ลิตร ก็ไม่ธรรมดาครับ เพราะทาง โตโยต้า ได้เพิมถุงลมเสริมความปลอดภัยคู่หน้า SRS ปกป้องทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร โดยสามารถช่วยลดแรงกระแทกจากการชน และยังมีเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่อีกด้วย

จากที่กล่าวมาทั้งหมด แน่นอนว่า Toyota Corolla Altis เป็นรถที่ครองใจผู้ใช้มาอย่างต่อเนื่อง และเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ซีดาน และยิ่งเป็นรุ่นใหม่ 1.8 ลิตร E85 ที่มาพร้อมสมรรถนะของเครื่องยนต์ ให้การขับขี่ราบรื่นไว้ใจได้ แถมยังประหยัดน้ำมันสุดๆ ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่า Toyota Corolla Altis เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันมากแค่ไหน ถ้าไม่เชื่อคงต้องลองพิสูจน์กันแล้วละครับ

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #74 เมื่อ: 28 พฤศจิกายน 2012 - 09:01:12 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 28 พฤษจิกายน 2555



2012 Isuzu D-MAX X-Series
รุ่นพิเศษฉลองยอดผลิต 3 ล้านคันในประเทศไทย

อีซูซุ ฉลองยอดผลิตครบ 3 ล้านคันในประเทศไทยด้วยการเปิดตัว เปิดตัว Isuzu D-MAX X-Series รุ่นพิเศษ ตกแต่งใหม่ทั้งภายนอกและภายใน โดยยังคงใช้ธีมแบบ X-Series รุ่นก่อนหน้า ใช้โทนสีแดง-ดำ พร้อมตราสัญลักษณ์ Isuzu สีแดง

มร. ฮิโรชิ นาคางาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า "ตลอด 55 ปีที่อีซูซุอยู่คู่สังคมไทย อีซูซุคันแรกได้เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2500 และเริ่มผลิตรถอีซูซุคันแรกในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ.2 506 นับเป็นเวลาถึง 40 ปี หลังการจำหน่ายรถคันแรก เราจึงได้ฉลองยอดผลิต 1 ล้านคันแรก"

"แต่เพียง 10 ปีถัดมา อีซูซุฉลอง 50 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยยอดผลิตครบ 2 ล้านคัน และ ณ วันนี้ เพียง 5 ปีถัดมาเท่านั้น อีซูซุสามารถทำสถิติยอดผลิตครบ 3 ล้านคันได้แบบก้าวกระโดด นับเป็นการเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดของอีซูซุทั่วโลก ซึ่งเป็นผลจากที่อีซูซุเป็นผู้นำในการสร้างนวัตกรรมให้แก่วงการรถยนต์เมืองไทยมาโดยตลอด อาทิ การนำเครื่องยนต์ดีเซลมาใช้กับรถบรรทุกขนาดใหญ่เป็นครั้งแรก จนอีซูซุได้ชื่อว่าเป็น 'เจ้าถนน' ในยุคนั้น"

"การนำเครื่องยนต์ดีเซลมาใช้กับรถปิกอัพเป็นครั้งแรกในเมืองไทยเมื่อปี พ.ศ. 2521 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการรถยนต์ ทำให้ตลาดรถปิกอัพขยายตัวอย่างรวดเร็ว และเป็นเสาหลักของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจนถึงปัจจุบัน และการนำรถบรรทุกขนาดกลาง Isuzu Elf ออกจำหน่ายเป็นครั้งแรก และสามารถครองอันดับ 1 ไว้ได้อย่างมั่นคง และด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย บริษัท อีซูซุมอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น จึงตัดสินใจย้ายฐานการผลิตรถปิกอัพจากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทย เพื่อส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกในปี พ.ศ. 2545 พร้อมเปิดตัว Isuzu D-MAX เป็นครั้งแรกในโลกที่เมืองไทย และป็นรถที่ขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์วงการรถยนต์เมืองไทย ด้วยยอดจำหน่าย 1 ล้านคัน ภายในระยะเวลาเพียง 7 ปีเศษ อันเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยอดจำหน่ายอีซูซุ ก้าวทะยานสู่ 2 ล้านคัน ในระยะเวลาอันรวดเร็ว"

"การเปิดตัว All-New D-MAX ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2554 ทำให้เกิดกระแสตอบรับครั้งใหม่อย่างยิ่งใหญ่กว่าเดิม ด้วยยอดขายสูงสุดกว่า 15,000 คัน ในเวลาเพียง 3 วัน และยังคงเดินหน้าสร้างสถิติยอดจำหน่ายและยอดค้างส่งมากกว่า 2 แสนคัน ภายใน 1 ปี สูงสุดในประวัติศาสตร์ 55 ปีแห่งการดำเนินธุรกิจอีซูซุในประเทศไทย"

D-MAX X-Series ใหม่ แบ่งเป็น 2 รุ่นคือ D-MAX X-Series Hi-Lander ยกสูงพร้อมชุดพาร์ทรอบคัน และ D-MAX X-Series Speed ตกแต่งสไตล์สปอร์ต เน้นความปราดเปรียว คิดตั้งตราสัญลักษณ์ Isuzu สีแดงที่กระจังหน้ารถ ป้ายชื่อรุ่น Hi-Lander และ Speed ตราสัญลักษณ์ X-Series ที่กระบะท้าย พร้อมลายคาดคู่หน้า - หลัง

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #75 เมื่อ: 29 พฤศจิกายน 2012 - 09:20:37 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 29 พฤษจิกายน 2555



2012 Motor Expo: BMW/MINI
เพิ่มทางเลือกให้ 3 Series และเปิดตัวรุ่นปรับโฉมของ X1, X6 และ 740Li

บีเอ็มดับเบิลยู ถือว่าไม่มีรุ่นใหม่แบบแกะกล่อง เพราะเปิดตัว BMW 640i Gran Coupe ไปก่อนแล้วในงาน BMW Xpo 2012 งานนี้จึงเปิดบูธเพิ่มทางเลือกให้ BMW 3 Series ด้วยการเพิ่มรุ่นเบนซิน 320i ในทุกรุ่นย่อย Sport, Modern และ Luxury เสริมด้วย 328i Sport ส่วนรุ่นดีเซลมากับชุดแต่ง M Sport Package ในรุ่น 320d Touring M Sport

BMW 320i มากับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร TwinPower Turbo 184 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 16.9 กม./ลิตร และอัตราการคายคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ในไอเสีย 138 กรัม/กม. ส่วน BMW 328i และรุ่นเพิ่มชุดแต่ง Sport มีกำลังให้ใช้มากกว่าด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร TwinPower Turbo 218 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ แต่ต้องแลกด้วยอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นเป็น 15.9 กม./ลิตร และอัตราการคายคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ในไอเสีย 147 กรัม/กม.

ส่วนรุ่นไฮไลท์ของ 3 Series อย่าง BMW 320d Touring M Sport มาพร้อมชุดแต่ง M Sport Package เพิ่มพาร์ทแอโรไดนามิครอบคัน, เบาะคู่หน้าแบบสปอร์ต, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนังเดินท้ายสีน้ำเงิน, paddle shift, กาบบันได M

รุ่นปรับโฉมในงานนี้ เริ่มที่ BMW X1 แบ่งเป็น BMW X1 sDrive18i Sport ล้ออัลลอย V-Spoke 318 ขนาด 17 นิ้ว, เบาะคู่หน้าแบบสปอร์ต, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนังแท้, พอร์ท USB ส่วน BMW X1 sDrive18i xLine ล้ออัลลอย Y-Spoke 322 ขนาด 18 นิ้ว, ราวหลังคาอลูมิเนียม, ตกแต่งภายในด้วยลายไม้ Fineline Bay Matt, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนัง และมีพอร์ท USB

รุ่นดีเซล BMW X1 sDrive20d xLine มากับเครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตร TwinPower Turbo ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อมฟังก์ชั่น ECO PRO อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 20 กม./ลิตร และอัตราการคายคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ในไอเสีย 132 กรัม/กม.

ล้ออัลลอย Y-Spoke 322 ขนาด 18 นิ้ว, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนัง, ระบบ Comfort Access, iDrive พร้อมจอ 8.8 นิ้ว, Navigation system Professional, ชุดระบบเสียงแบบไฮไฟ แอมป์ฯ 180 วัตต์ ลำโพง 8 ตัว และแอพพลิเคชั่น BMW เล่น Facebook, Twitter พร้อมฟังก์ชั่น Web radio สำหรับ iPhone

BMW X6 xDrive30d M Sport Edition ตกแต่งด้วยชุด M Sport ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนังพร้อม paddle shift ติดตั้งไฟหน้าแบบ Adaptive LED ไฟท้าย LED ใหม่

ปิดท้ายด้วย BMW 740Li เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบแถวเรียง ความจุ 3.0 ลิตร TwinPower Turbo เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อม steptronic เน้นความสะดวกสบายด้วย Rear-seat entertainment Professional สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง โหมดการขับขี่แบ่งเป็น ECO PRO, Comfort, Comfort+, Sport และ Sport+ มาตรวัดดิจิตอลปรับเปลี่ยนสีตามโหมด เช่น สีส้มในโหมด Sport หรือสีฟ้าในโหมด ECO PRO ชุดเครื่องเสียงไฮเอนด์ Bang & Olufsen กำลัง 1,200 วัตต์ มาพร้อมลำโพง 16 ตัว

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #76 เมื่อ: 30 พฤศจิกายน 2012 - 09:18:36 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 30 พฤษจิกายน 2555



2012 Motor Expo: Isuzu
เปิดตัวรุ่นพิเศษฉลองยอด 3 ล้านคัน D-MAX X-Series Hi-Lander และ Speed

หลังจากเปิดตัวรุ่นพิเศษของ D-MAX X-Ser
ies ฉลองยอดการผลิตในประเทศไทยครบ 3 ล้านคัน ไปไม่กี่วันที่ผ่านมา ก็ถึงเวลาโชว์ตัวต่อสาธารณชนในงาน Motor Expo 2012 โดยได้รับการตกแต่งใหม่ให้ทั้งภายนอกและภายใน เปลี่ยนชุดระบบอินโฟเทนเเมนท์ใหม่ กล้องมองหลังใหม่ พาร์ทรอบคันชุดใหม่ โดยไม่แตะต้องสมรรถนะเดิม

และเหมือนงานโชว์ทุกครั้ง อีซูซุ ต้องมีรุ่นแต่งพิเศษมาจัดแสดง ซึ่งงานนี้มี D-MAX V Cross ที่ได้รับการปรับปรุงช่วงล่างด้วยช๊อคฯ ยอดนิยมสำหรับชาวปิคอัพ Race Runner ตกแต่งด้วยสติกเกอร์เคฟลาร์รอบคัน ด้านหน้าติดตั้งสปอตไลท์คู่ของ PIAA ล้ออัลลอย Weld ขนาด 20 นิ้ว จับคู่ยาง BF Goodrich แบบ All Terrain ขนาด 325/60 R20 และติดตั้งชุดยึดจักรยานที่กระบะหลัง



อีกหนึ่งคันที่น่าไปชมคือ D-MAX V Cross ตัวแข่งรายการ Australasian Safari 2012 ของ คุณวรพจน์ บุญช่วยเหลือ และ คุณพิทักษ์ ปราดเปรื่อง ที่เพิ่งไปคว้าชัยในคลาส A2.3 Modified Production Diesel ในรายการนี้มาสดๆ ร้อนๆ บนคอร์สโหด 9 วัน กว่า 5,000 กิโลเมตร และตัวแข่งทางเรียบรายการ NITTO 3K ISUZU ONE MAKE RACE 2012 พื้นฐาน D-MAX Space Cab

นอกจากนี้ก็มีกิจกรรมอย่างโชว์กราฟฟิตี้ของ MAMAFAKA, แฟชั่นโชว์ของ Allure Girls, อัพเดทความเคลื่อนไหวผ่าน Facebook Register, เกมสนุกๆ ในบูธอีซูซุ และการประกวดภาพถ่าย All-new Isuzu D-Max Photo Contest 2012 ส่งภาพที่ถ่ายจากกล้อง Digital หรืออัพโหลดขึ้น Instagram ผ่าน Hashtag #isuzuinstagram มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลกว่า 100,000 บาท โดยโชว์ในข้างต้นนี้จะสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ใครสนใจลองเช็คเวลาที่ facebook ของ อีซูซุ ดูครับ

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #77 เมื่อ: 03 ธันวาคม 2012 - 09:13:29 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 3 ธันวาคม 2555



2012 Motor Expo: SsangYong
เปิดตัว Rexton เจนเนอเรชั่น 3 พร้อมรหัส W ต่อท้าย

Motor Expo ปีนี้ ซังยอง ไม่น้อยหน้าใคร เพราะมีรถ SUV ขน
าด 7 ที่นั่งใหม่เอี่ยมที่เพิ่งเปิดตัวในตลาดโลกมาโชว์ตัว 1 รุ่น นั่นคือ SsangYong Rexton W เจนเนอเรชั่นที่ 3 ของ Rexton โดยตอนที่ Mahindra เปิดตัวในอินเดียเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมานั้น Mahindra ให้ข้อมูลว่ารหัส W ที่ต่อท้ายเป็นตัวย่อของวลี Work of art

Rexton W มากับเครื่องยนต์เทอร์โบ ดีเซล คอมมอนเรล ความจุ 2.7 ลิตร กำลังสูงสุด 165 แรงม้า bhp แรงบิดสูงสุด 34.6 กก.-ม. ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ T-Tronic ความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม. ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Permanent AWD พวงมาลัยเพาเวอร์แปรผันตามความเร็วของรถ เบาะผู้ขับปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง พร้อมระบบ Easy Access เบาะจะปรับระดับลงต่ำ และถอยหลังไปจนสุดโดยอัตโนมัติเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการวาดขาเวลาเข้า - ออก

และเหมือนกับเจนเนอเรชั่นแรก Rexton พัฒนาขึ้นบนแพลทฟอร์มของ Mercedes-Benz M-Class แต่รุ่นใหม่นี้มีการโมดิฟายเพิ่มในหลายๆ จุดเพื่อความเหมาะสม การออกแบบภายนอกลงตัวสวยงาม ล้ออัลลอย 18 นิ้ว กระจังหน้าใหม่ให้ความรู้สึกหรูหรา ดูร่วมสมัยกว่าเจนเนอเรชั่นที่ 2 มาก

นอกจากนี้ ซังยอง ยังมีรุ่นปรับปรุงสมรรถนะของ MPV 11 ที่นั่งอย่าง Stavic เครื่องยนต์ใหม่ เทอร์โบดีเซล คอมมอนเรล 2.0 ลิตร 155 แรงม้า แรงบิด 36.6 กก.-ม. มาตรฐาน Euro 5 อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสีย 157 กรัม/กม. แบ่งการจำหน่ายเป็น 2 ทางเลือกตามการตกแต่ง คือ Stavic SV 2.0 Entry Version และ Stavic Standard Version

Stavic SV 2.0 Entry ตกแต่งภายในด้วยเบาะหนัง ควบคุมด้วยไฟฟ้า มีระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ เรนเซ็นเซอร์ ราคาในช่วงเปิดตัวเฉพาะใน Motor Expo 1.29 ล้านบาท ส่วน Stavic Standard เพิ่มชุดเครื่องเสียงไฮเอนด์ พร้อมจอเพดานสำหรับที่นั่งตอนหลัง ราคาในงาน 1.58 ล้านบาท

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #78 เมื่อ: 04 ธันวาคม 2012 - 08:42:03 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 4 ธันวาคม 2555



2013 Toyota RAV4
เปิดตัวโฉมใหม่เจนเนอเรชั่น 4 ที่ ลอส แองเจลิส

ในขณะที่การเตรียมทำตลาดของ เวอร์ชั่นไฟฟ้า มีข่าวออกมาอย่างต่อเนื่อง RAV4 รุ่นพื้นฐานโมเดล 2013 เ
จนเนอเรชั่นที่ 4 กลับเปิดตัวแบบตูมเดียวที่ 2012 LA Auto Show ต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา หลังทำตลาดเจนฯ 3 มา 7 ปีเต็มๆ โดยก่อนหน้านี้มีเพียงภาพทีเซอร์ให้เห็นกันนิดหน่อยเท่านั้นเอง

RAV4 เป็นหนึ่งในรถที่ทำตลาดได้ดีในตลาดโลก และเป็นครอสโอเวอร์ขนาดคอมแพคท์รุ่นสำคัญของ โตโยต้า รุ่นใหม่มากับขนาดความยาว 4,569 มม. กว้าง 1,844 มม. สูง 1,661 มม. วางอยู่บนฐานล้อขนาด 2,659 มม. โดยรวมแล้วขนาดตัวใหญ่กว่า RAV4 รุ่นก่อนหน้านิดหน่อย และเล็กกว่ารุ่นฐานฐานล้อยาวเล็กน้อย

ในตลาดสหรัฐฯ RAV4 จะถูกทำตลาดด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.5 ลิตร กำลังสูงสุด 176 แรงม้า hp แรงบิดสูงสุด 23.7 กก.-ม. ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะแบบซีเควนเชียล ให้อัตราเร่งที่ดีในรอบต่ำและประหยัดเชื้อเพลิง ส่วนเครื่องยนต์ V6 น่าจะถูกถอดออกไปจากสารบบค่อนข้างแน่ เพราะใหญ่โตและสิ้นเปลืองเกินไปสำหรับยุคปัจจุบัน

ในยุโรปทางเลือกจะหลากหลายกว่าด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร 149 แรงม้า bhp ส่วนดีเซลแบ่งเป็น 2 รุ่นคือ 2.0 ลิตร 122 แรงม้า bhp และ 2.2 ลิตร 148 แรงม้า bhp ระบบขับเคลื่อนเหมือนกันทุกตลาด มีทั้งขับ 2 ล้อหน้า และขับ 4 AWD โดยรุ่นขับหน้า EPA ประกาศออกมาแล้วว่า อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยในเมืองอยู่ที่ 10.2 กม./ลิตร ไฮเวย์ 13.1 กม./ลิตร ส่วนรุ่น AWD ในเมือง 9.3 กม./ลิตร ไฮเวย์ 12.3 กม./ลิตร ถือว่าดุพอสมควรเลยทีเดียว

รุ่น AWD จะมีระบบ Dynamic Torque Control ให้ใช้งาน แบ่งการทำงานเป็น 3 โหมด ใช้ระบบตรวจจับการหมุนของพวงมาลัย เพื่อปรับการตอบสนองของตัวรถในขณะใช้งานโดยอัตโนมัติ ซึ่งในโหมดแรก คือ Auto นั้น ระบบจะส่งกำลังไปที่เพลาหน้า และจะเปลี่ยนเป็นการใช้งานแบบ AWD ในยามที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อช่วยให้เกิดความประหยัดสูงสุด และลดการสึกหรอสำหรับการใช้งานในแบบปกติทั่วไปนั่นเอง



ในโหมด Sport ระบบ AWD จะถูกเรียกใช้งานร่วมกับระบบ VSC มีเซนเซอร์จับอาการของพวงมาลัยและทิศทางของรถ เพื่อกระจายกำลังไปยังเพลาหน้า-หลังให้เหมาะสมที่สุดตามสถานการณ์ เช่นขณะเข้าโค้ง ระบบจะถ่ายกำลังไปยังล้อหลังเพื่อการยึดเกาะทีดี ปิดท้ายด้วยโหมด Lock ทำงานที่ความเร็วไม่เกิน 40 กม./ชม. ระบบจะเข้าสู่การทำงานแบบ full-time AWD โดยในขณะต้องการกำลังในการปีน 50% ของแรงบิดจะถูกส่งไปยังล้อหลัง เพื่อให้ผู้ขับสามารถผ่านอุปสรรคอย่างหลุมทรายหรือโคลนไปได้ (แต่ต้องไม่โหดมากนักแบบเส้นทาง 4WD แท้ๆ) ทั้งนี้โหมด Lock จะถูกเปลี่ยนเป็นโหมด Auto ให้อัตโนมัติ เมื่อความเร็วของรถเกิน 40 กม./ชม. ขึ้นไป

ห้องโดยสารถูกออกแบบภายใต้แนวคิดไม่สมมาตร (asymmetrical) ใช้ผู้ขับเป็นศูนย์กลางในการออกแบบจัดวางปุ่มควบคุมต่างๆ ตกแต่งด้วยหนังสีน้ำตาลสลับดำเดินด้ายสีขาว ให้ความรู้สึกหรูหราเมื่อแรกเห็น รุ่นพื้นฐาน RAV4 LE มากับเครื่องเสียงและจอ LCD ทัชสกรีนขนาด 6.1 นิ้ว ใครอยากสะดวกขึ้นด้วยเนวิเกเตอร์พร้อมระบบมัลติมีเดีย Entune ของ โตโยต้า ต้องขยับขึ้นไปเล่นรุ่นกลาง RAV4 XLE ขึ้นไป ซึ่งระบบจะทำงานผ่านชุดเครื่องเสียงพรีเมี่ยมของ JBL กำลัง 576 วัตต์ พร้อมเทคโนโลยี GreenEdge ช่วยลดการใช้กำลังไฟ

น่าเสียดายที่ระบบอิเลคทรอนิคสำคัญๆ ยังไม่ถึงยุคของการเป็นอุปกรณ์พื้นฐานติดรถ ดังนั้นใครที่อยากได้ระบบ (ซึ่งควรจะเป็นระบบพื้นฐานเสียที) อย่าง BSM - Blind Spot Monitor system เตือนจุดอับสายตาด้านข้างเวลาเปลี่ยนเลน และ RCTA - Rear Cross Traffic Alert เตือนให้ระวังพาหนะที่จะวิ่งตัดมาทางด้านหลังขณะถอย จะต้องจ่ายเงินเพิ่มสำหรับรุ่นท๊อป RAV4 Limited

ราคาและกำหนดการจำหน่ายที่แน่นอน โตโยต้า ยังไม่ระบุในเวลานี้ครับ สำนักข่าวต่างประเทศคาดกันว่า RAV4 น่าจะติดในลิสท์ของรถขายดีประจำปี 2013 แน่ ส่วนรุ่นฐานล้อยาวแบบเจนเนอเรชั่น 3 นั้น ต้องติดตามกันต่อไปว่ามีออกมาหรือไม่

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #79 เมื่อ: 06 ธันวาคม 2012 - 08:26:18 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 6 ธันวาคม 2555



2014 Lamborghini Aventador LP700-4 Roadster
นิชคาร์พร้อมจำหน่ายในไทย

ในตลาดโลก Lamborghini Aventador LP700-4 Roadster เพิ่งเริ่มจำหน่ายไปเมื่อเดือนมิถุนายน เพียง 4 เดือนถัดมา นิชคาร์ ก็พร้อมจำหน่าย Aventador Roadster เปิดประทุนในบ้านเราแล้ว โดยเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ โชว์รูม ลัมเบอร์กินี สยาม พารากอน

Aventador Roadster ติดตั้งหลังคาคาร์บอนไฟเบอร์ 2 ชิ้น ผลิตแบบ RTM - Resin Transfer Moulding น้ำหนักน้อยกว่า 6 กก. ถอดเก็บด้วยมือ ออกแบบให้สามารถซ่อนไว้ในห้องสัมภาระด้านหน้าได้ เสาหลังออกแบบใหม่ให้รับกับชิ้นหลังคา กระจกบังลมชิ้นหลังเป็นแบบไฟฟ้า ฝาปิดห้องเครื่องยนต์เปลี่ยนมาเป็นแบบ 6 เหลี่ยมคู่ 2 ฝั่งวางซ้อนกัน เพื่อให้หยดน้ำฝนไหลออกไปทางด้านหลัง โดยยังสามารถโชว์ความสวยงามของเครื่องยนต์ V12 ได้ ล้อแม็กชุดใหม่ น้ำหนักเบาลง 10 กก. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 3 วินาทีเท่าเดิม ความเร็วสูงสุด 350 กม./ชม.

ปิดท้ายความเปลี่ยนแปลงด้วย 3 เทคโนโลยีประหยัดน้ำมัน ซึ่ง ลัมเบอร์กินี รุ่นปี 2013 เป็นต้นไปจะได้ใช้งานทั้งหมด นั่นคือ 1.) ระบบ CDS - Cylinder Deactivation System หยุดการทำงานของบางสูบ ทำให้เครื่องยนต์ V12 ทำงานเท่ากับเครื่องยนต์ 6 สูบ ที่ความเร็วไม่เกิน 135 กม./ชม. ช่วยให้ประหยัดขึ้น 7% อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 6.2 กม./ลิตร จากเดิม 5.8 กม./ลิตร ลดอัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในเสีย 20% จาก 398 เหลือ 370 กรัม/กม. แต่ต้องใช้งานที่ความเร็วเฉลี่ยประมาณ 130 กม./ชม.

2.) ระบบ stop-start และ 3.) เพิ่มการจ่ายไฟให้อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ เช่น แอร์ ไฟหน้า วิทยุ หรืออื่นๆ ในขณะที่ระบบ stop-start ทำงานด้วยคาปาซิเตอร์ที่ ลัมเบอร์กินี ตั้งชื่อเฉพาะว่า supercaps ลดน้ำหนักจากการใช้แบตเตอรี่แบบเดิมๆ ได้ 3 กก. (ช้ากว่า i-ELOOP ของ Mazda6 ไปหนึ่งก้าว)

ใครสนใจสอบถามกันได้ที่ นิชคาร์ ครับ สยามพารากอน 02-610-9922-5 และ ศรีนครินทร์ 02-379-4422, 02-379-5111 ราคาจำหน่ายเปิดออกมาที่ 39.5 ล้านบาท

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #80 เมื่อ: 07 ธันวาคม 2012 - 09:08:44 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 7 ธันวาคม 2555



Motor Expo 2012
ผ่านครึ่งทาง ยอดขายเกือบ 40,000 คัน

ผ่านครึ่งทางของงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 29 ยอดผู้เข้าชมงาน 979,891 คน ยอดจองรถรวม 38,633 คัน Honda ขึ้นนำ 9,110 คัน ตามด้วย Toyota 8,174 คัน และ Nissan 3,891 คัน ทีมผู้จัดมั่นใจจบงานยอดรวมทะลุเป้าที่วางไว้แน่นอน

นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 29 เผยว่า ยอดจองรถภายในงานครึ่งทาง (7 วัน) 38,633 คันนี้ ได้ทำลายสถิติยอดจองรถตลอดทั้งงานที่เคยทำไว้สูงสุดเมื่อปี 2553 จำนวน 33,053 คัน หรือเพิ่มขึ้นถึง 220% เมื่อเทียบกับจำนวนวันเท่ากันของปีที่ผ่านมา (12,054 คัน) โดยเป็นรถเล็กราว 61% ของยอดจองทั้งหมด

"เราตั้งเป้ายอดจองรถในงานเอาไว้ที่ 50,000 คัน แต่ดูจากแนวโน้มที่ผ่านครึ่งทางของการจัดงาน มั่นใจว่าทะลุเป้าแน่นอน สำหรับยอดขายที่ถล่มทลายในครั้งนี้ ปัจจัยหลักมาจากนโยบายคืนภาษีรถคันแรกของรัฐบาล ซึ่งประชาชนให้ความสนใจจองรถก่อนสิ้นสุดโครงการในวันที่ 31 ธันวาคมศกนี้"

"ค่ายรถยนต์รายใหญ่อย่างฮอนด้า ปีที่แล้วโรงงานได้รับความเสียหายหนักจากมหาอุทกภัย แต่เมื่อสถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติ ฮอนด้าก็กลับมาได้รับความนิยมเช่นเคย โดยล่าสุดเพิ่งเปิดตัวรถโฉมใหม่อย่าง Brio Amaze ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก ทำให้ฮอนด้ามียอดจองสูงสุดในขณะนี้ ส่วนตลาดบิกไบค์ก็ขายดีไม่แพ้กัน ผ่านครึ่งทางทำยอดขายถึง 925 คัน"

ค่ายรถยนต์ที่มียอดจองสูงสุดในช่วงครึ่งทาง (29 พฤศจิกายน - 5 ธันวาคม) มีดังนี้

• อันดับที่ 1 Honda ยอดจองรวมทั้งสิ้น 9,110 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งร้อยละ 23.6
• อันดับที่ 2 Toyota ยอดจองรวมทั้งสิ้น 8,174 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งร้อยละ 21.2
• อันดับที่ 3 Nissan ยอดจองรวมทั้งสิ้น 3,891 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งร้อยละ 10.1
• อันดับที่ 4 Isuzu ยอดจองรวมทั้งสิ้น 3,114 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งร้อยละ 8.1
• อันดับที่ 5 Mazda ยอดจองรวมทั้งสิ้น 2,574 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งร้อยละ 6.7

ในส่วนรถหรู ยอดจองก็ยังนับว่าน่าพอใจ โดย Mercedes-Benz มียอดทั้งสิ้น 803 คัน ตามด้วย BMW 668 คัน ขณะที่ฝั่งของผู้นำเข้าอิสระ ล่าสุดมียอดจองกว่า 200 คัน ด้านจักรยานยนต์ระดับพรีเมียม Honda ขายไปแล้วกว่า 233 คัน Kawasaki 231 คัน และ Ducati 191 คัน

สำหรับจำนวนผู้ชมเมื่อผ่านช่วงครึ่งทางของงาน ซึ่งประกอบด้วยวันทำงาน 4 วัน และวันหยุด 3 วัน มีประชาชนเข้าชมแล้วถึง 979,891 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงครึ่งทางของปีก่อนถึงร้อยละ 23.7 จึงคาดว่ายอดผู้ชมตลอดงานน่าจะทะลุเป้าที่ตั้งไว้ 1.6 ล้านคนอย่างแน่นอน •

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #81 เมื่อ: 10 ธันวาคม 2012 - 09:10:49 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 10 ธันวาคม 2555



Chevrolet
เดินหน้าสร้างสถิติยอดขายสูงสุดอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน 2012

เชฟโรเลต ประเทศไทย ทุบสถิติยอดขายสูงสุดครั้งที่ 4 ในรอบปี 2555 ด้วยการกวาดตัวเลขมากเป็นประวัติการณ์
ที่ 7,360 คันในเดือนพฤศจิกายน หลังจากเคยทำสถิติยอดขายครั้งล่าสุดไว้เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

สถิติยอดขายสูงสุดของ เชฟโรเลต ในเดือนพฤศจิกายน เติบโตขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีที่แล้วถึง 212 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ยอดขายสะสมตั้งแต่ต้นปีถึงเดือนพฤศจิกายน มีอัตราเติบโตอยู่ที่ 146 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2554 โดย Chevrolet Colorado ยังคงมียอดขายสูงสุดด้วยตัวเลข 2,986 คัน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 5 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ยอดขาย Trailblazer อยู่ที่ 883 คัน เพิ่มขึ้น 12 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับเดือนที่แล้ว

"โคโลราโด ยังคงนำยอดขายรถเชฟโรเลต ในตลาดเมืองไทย มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 6.4 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นรถกระบะที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในไทย เพราะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดได้มากที่สุดในกลุ่มรถรุ่นใหม่ที่เปิดตัวในปีนี้" มร. มาร์ติน แอพเฟล ประธานกรรมการ ประจำประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวระหว่างงานแถลงข่าวเปิด บูธเชฟโรเลต ในงาน ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2012

Chevrolet Sonic มีลูกค้าจับจอง 2,019 คันในเดือนพฤศจิกายน ส่วน Captiva ยังคงเดินหน้าสร้างยอดขาย และเพิ่มส่วนแบ่งตลาดอย่างต่อเนื่อง มีอัตราเติบโตถึง 14 เปอร์เซ็นต์ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าคู่แข่งจะเปิดตัวรถในระดับเดียวกันออกสู่ตลาดก็ตาม

ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เชฟโรเลต มีอัตราขยายตัวต่อเนื่อง ยอดขายในเดือนพฤศจิกายนรวมทั้งสิ้น 8,493 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 3 เปอร์เซ็นต์ เชฟโรเลต ยังเตรียมดำเนินแผนการสร้างการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ ด้วยการเปิดตัวศูนย์ผู้แทนจำหน่ายในประเทศลาว ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคช่วงกลางเดือนธันวาคมนี้ พร้อมกับจะเปิดตัว Sonic และ Orlando รุ่นใหม่ในมาเลเซีย เพื่อพัฒนาสายผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น



การเติบโตของ เชฟโรเลต ในปี 2555 โดยเฉพาะในประเทศไทย ซึ่งมียอดขายรวมตั้งแต่ต้นปี 67,012 คัน ไม่ได้เป็นผลลัพธ์จากผลิตภัณฑ์อันแข็งแกร่ง และการเปิดตัวรถรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังได้แรงเกื้อหนุนจากการบริการที่ดีเยี่ยม พิสูจน์ได้จากการได้รับยกย่องในผลสำรวจดัชนีความพึงพอใจลูกค้าในด้านการขาย และการบริการของ เจ.ดี. พาวเวอร์ ประจำปี 2555

เชฟโรเลต ยังคว้าสองรางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมในด้านภาพลักษณ์หรือ Thailand Automotive Quality Awards(TAQA) - Outstanding Image 2012ในประเภท การขับขี่สนุกและควบคุมการขับขี่ได้แม่นยำ จากผลสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าทั่วประเทศ ซึ่งจัดทำขึ้นโดยความร่วมมือของ บริษัท คัสต้อม เอเซีย จำกัด, บริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงานมอเตอร์เอ็กซ์โป หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ และสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ โดยริเริ่มทำการสำรวจตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมา

สองรางวัลล่าสุดที่ เชฟโรเลต ได้รับนั้น ตอกย้ำคุณภาพการขับขี่ในสไตล์ยุโรป และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ เชฟโรเลต ในการผลิตรถที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะและการควบคุมอันแม่นยำ

"เราได้รับทั้งหมดสี่รางวัลแล้วในปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพอันยอดเยี่ยมทั้งในด้านการดูแลลูกค้าและผลิตภัณฑ์ของเรา" มร. อันโตนิโอ ซาร่า รองประธานฝ่ายขาย การตลาดและบริการหลังการขาย ประจำประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

"สี่รางวัลที่เราได้รับ เป็นการต่อยอดความสำเร็จในการสร้างสถิติยอดขายสูงสุดประจำเดือนถึงสี่ครั้งในปี 2555 เราเชื่อมั่นเต็มที่ว่า จะประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องภายในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป และสามารถส่งท้ายปีด้วยการทำยอดขายสูงสุด"

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #82 เมื่อ: 12 ธันวาคม 2012 - 08:35:27 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 12 ธันวาคม 2555



2012 Motor Expo
สรุปยอดจองรถตลอดงาน 85,904 คัน ยอดผู้ชมกว่า 1.65 ล้าน

baปิดฉากแล้วสำหรับงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 29 ยอดจองกว่า 8.5 หมื่นคัน ยอดผู้ชมกว่า 1.65 ล้านคน พร้อมสร้างตัวเลขเงินสะพัดในงานกว่า 7.6 หมื่นล้านบาท โดยนาย ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงานเผยว่า

ba"งานในปีนี้ประสบความสำเร็จตามความคาดหมาย มีจำนวนผู้เข้าชมงานสูงถึง 1,650,124 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 25.6% ยอดจองรถตลอด 12 วัน รวม 85,904 คัน ซึ่งเป้าหมายที่ตั้งไว้คือ 50,000 คัน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนภายในงานได้กว่า 76,000 ล้านบาท รวมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ รถมือสอง และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง"

ค่ายรถยนต์ที่มียอดจองสูงสุดในงาน 5 อันดับแรก
• อันดับ 1 Honda มียอดจองทั้งสิ้น 19,299 คัน
• อันดับ 2 Toyota มียอดจองทั้งสิ้น 18,878 คัน
• อันดับ 3 Nissan มียอดจองทั้งสิ้น 8,819 คัน
• อันดับ 4 Isuzu มียอดจองทั้งสิ้น 6,448 คัน
• อันดับ 5 Mazda มียอดจองทั้งสิ้น 6,155 คัน
หมายเหตุ: ลำดับตำแหน่งไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงตึ่งทางของงาน

รถยนต์หรู - พรีเมี่ยม - รถนำเข้า
• อันดับ 1 Mercedes-Benz มียอดจองทั้งสิ้น 1,580 คัน
• อันดับ 2 BMW มียอดจองทั้งสิ้น 1,299 คัน
หมายเหตุ: ผู้นำเข้าอิสระ มียอดจองรวม 242 คัน

สำหรับข้อมูลย่อยอื่นๆ ทางผู้จัดได้รวบรวมข้อมูลจากผู้ร่วมรายการ ซื้อรถ ชิงรถ ในปีนี้ พบว่ารถยนต์นั่งมียอดจองคิดเป็นสัดส่วน 74.0% ของยอดจองทั้งหมด ตามมาด้วยรถปิคอัพ 14.1% และรถประเภทอื่น 11.9%

ทั้งนี้ยอดจองทั้งหมดเป็นยอดจองรถที่ได้สิทธิ์คืนภาษีรถคันแรก 75.1% รถรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ Honda City, Suzuki Swift และ Nissan Almera ด้านจักรยานยนต์ประเภทบิ๊กไบค์/พรีเมี่ยม มียอดจองรวม 1,805 คัน นำโดย Kawasaki ขายได้ 498 คัน, Honda 431 คัน และ Ducati 319 คัน •

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #83 เมื่อ: 19 ธันวาคม 2012 - 09:14:10 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 19 ธันวาคม 2555

New Toyota Vios
ได้รับการอนุมัติสิทธิภาษีรถคันแรกแล้ว

โตโยต้า ประเทศไทย ประกาศ Toyota Vios ใหม่ ได้รับสิทธิภาษีรถยนต์คันแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทาง โตโยต้า ได้ดำเนินการทุกอย่างตามข้อกำหนดของกรมสรรพสามิตอย่างครบถ้วน ในการยื่นขอสิทธิ์ภาษีรถยนต์คันแรก โดยรถที่จะได้สิทธิรถคันตามตามเงื่อนไขของกรมสรรพสามิต ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท เครื่องยนต์ไม่เกิน 1.5 ลิตร เป็นรถที่ประกอบในประเทศ มีการประกอบรถจริงบนสายพานการผลิต พร้อมทั้งได้มีการเสียภาษีในปี 2555 ซึ่ง Vios ใหม่ได้ผ่านการตรวจสอบ และได้รับการอนุมัติจากกรมสรรพสามิตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยลูกค้าที่ซื้อ Vios ใหม่ สามารถตรวจสอบการได้รับสิทธิคืนภาษีรถยนต์คันแรกได้ที่เว็บไซต์ของกรมสรรพสามิต https://firstcar.excise.go.th/



นายวิเชียร เอมประเสริฐสุข รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ให้ข้อมูลว่า "การที่เรายังไม่สามารถเผยโฉมรถวีออส ใหม่ สู่สาธารณชนได้ในช่วงเวลานี้ เนื่องจากรถยนต์วีออสนั้น มีจำหน่ายอย่างแพร่หลายในหลายประเทศ ซึ่งในการผลิตรถยนต์แต่ละโมเดลของโตโยต้า จะมีการกำหนดแผนการดำเนินงานในระยะยาวไว้ล่วงหน้าแล้ว ทำให้การดำเนินงานทุกอย่างต้องเป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้"

"การเผยโฉมรถยนต์วีออสรุ่นใหม่ในช่วงเวลานี้ อาจจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน ตลอดจนการจำหน่ายรถยนต์วีออสรุ่นปัจจุบัน ที่ยังคงมีการจำหน่ายอยู่ในประเทศอื่นๆ ได้"

"สำหรับการที่ทางโตโยต้าเปิดรับจองรถยนต์วีออสรุ่นใหม่ให้แก่ลูกค้าในเวลานี้นั้น เนื่องจาก วีออส เป็นรถยนต์รุ่นยอดนิยมของคนไทย โดยมียอดค้างจองที่สูงมาก ดังนั้นเพื่อเป็นการดูแลลูกค้าโตโยต้า ที่มีความต้องการจะซื้อรถวีออสจริงๆ เราจึงได้เปิดรับจองรุ่นใหม่เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า อย่างไรก็ตาม ทางโตโยต้าก็ได้จัดทำข้อมูลผลิตภัณฑ์พร้อมราคาโดยละเอียดของรถยนต์ วีออส ใหม่ ให้กับลูกค้าที่สนใจ โดยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลรายละเอียดได้ที่ โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า 352 แห่ง ทั่วประเทศ"

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #84 เมื่อ: 20 ธันวาคม 2012 - 10:12:52 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 20 ธันวาคม 2555



Mazda
เดินหน้าขยายเครือข่าย เปิดศูนย์ต่อเนื่องคลุมทุกจังหวัดและเขตหลักในกรุงเทพ

มาสด้า เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ ขยายธุรกิจเข้าไปยังแหล่งชุมชนที่มีกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะย่านเอกมัย ทองหล่อ แต่งตั้ง บิซ มอเตอร์ รวมทั้งรุกจังหวัดที่ใหญ่สุด และเป็นแหล่งรวมเศรษฐกิจของอีสานตอนล่าง คือ มาสด้า อุบลพิจิตรเพชร เป็นผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการรายใหม่ล่าสุด พร้อมเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ มาสด้า

มร. โชอิชิ ยูกิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า "การขยายเครือข่ายโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการของมาสด้าที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ จะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องต่อไป ด้วยความเชื่อมั่นอย่างสูงของพันธมิตรที่พร้อมร่วมมือทางธุรกิจ และพร้อมเติบโตไปกับมาสด้า โดยเฉพาะในเขตชุมชน และแหล่งรวมของเศรษฐกิจที่มาสด้ากำลังรุกคืบอย่างต่อเนื่อง ด้วยนโยบายการวางแผนการลงทุน และการดำเนินธุรกิจที่เป็นรูปธรรม รวมถึงการขยายตัวอย่างรวดเร็วของตลาดรถยนต์ ส่งผลให้มาสด้าสามารถแสดงศักยภาพ เตรียมขยายโชว์รูมให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่ ทุกจังหวัดทั่วประเทศ"

"เป้าหมายที่สำคัญของมาสด้าคือ การขยายเครือข่ายไปสู่อำเภอและหัวเมืองหลักๆ ในแต่ละพื้นที่ รวมทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และบนถนนสายหลักสำคัญๆ ที่เรากำลังจะรุกเข้าเจาะในแต่ละพื้นที่ และจำกัดขอบเขตการบริการให้กระชับมากขึ้น เพื่อล้อมกรอบการบริการให้กินพื้นที่แคบลง ซึ่งจะส่งผลให้เราสามารถให้บริการลูกค้าเพิ่มสูงขึ้น ภายใต้นโยบายการสร้างความเป็นปึกแผ่นเดียวกัน หรือ One Mazda เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์มาสด้าในประเทศไทย"

สำหรับการพิธีเปิดตัวโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการมาสด้าแห่งใหม่ทั้ง 2 แห่ง อย่างเป็นทางการในครั้งนี้ อยู่ภายใต้คอนเซ็ปต์รูปแบบโชว์รูมใหม่ภายใต้ชื่อ MCI หรือ Mazda Corporate Identity ซึ่งเป็นภาพลักษณ์โฉมใหม่ของโชว์รูม มาสด้า เน้นการสื่อสารแบรนด์ และความทันสมัยในการออกแบบเป็นหลัก เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ ซูม-ซูม แบบยั่งยืนของ มาสด้า ทั่วโลก (Sustainable Zoom-Zoom)

การเปิดโชว์รูม มาสด้า ย่านเอกมัยและที่จังหวัดอุบลราชธานีใหม่ในครั้งนี้ อยู่ในแผนนโยบายการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายของ มาสด้า อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ครบทั้งหมด 155 แห่ง ภายในหน้า ทั้งนี้เพื่อเป็นการรองรับการให้บริการด้านการขาย และการบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐาน และมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่ง มาสด้า ตระหนักดีในการให้บริการที่เป็นเลิศ และการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า

นางแก้วใจ แมคโดนัล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทไทยรุ่ง เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ด้วยทำเลที่ตั้งที่มีความสำคัญ มาสด้า บิซ มอเตอร์ ตั้งอยู่ปากซอยสุขุมวิท 65 ซึ่งเป็นย่านใจกลางเมืองแหล่งรวมธุรกิจที่สำคัญของกรุงเทพฯ เป็นโชว์รูมแห่งใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นอาคารขนาดใหญ่ 2 ชั้น มีพื้นที่เกือบ 2 ไร่ ที่เพียบพร้อมไปด้วยทีมงานที่บริหารงานแบบมืออาชีพ ทั้งด้านการขาย การบริการ ที่ปรึกษาการขาย ช่างเทคนิค พร้อมศูนย์บริการที่สามารถให้บริการแบบครบวงจรครอบคลุมพื้นที่ทั้งย่านเอกมัย พระโขนง คลองตัน พระราม 4 ทองหล่อ มุ่งเน้นคุณภาพด้านการบริการพร้อมเอาใจใส่ดูแลลูกค้าด้วยความเป็นเลิศ รวมทั้งทีมงานที่ใส่ใจในคุณภาพของการบริการ เตรียมรับประชาคมอาเซียน หรือ AEC สร้างความพร้อมด้านคุณภาพของบุคลากรก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ในประเทศ และก้าวสู่เวทีระดับสากล เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจรถยนต์ที่กำลังเบ่งบาน โดยเปิดให้บริการทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เช้า และปิดบริการถึง 3 ทุ่ม เพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มพนักงานออฟฟิศและนักธุรกิจ

มร. ยูกิ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากจะบุกใจกลางเมืองหลวงแล้ว มาสด้า ยังเดินหน้าขยายเครือข่ายสู่ภาคอีสาน ด้วยการเปิดตัวแนะนำผู้จำหน่ายแห่งใหม่ล่าสุดของภาคอีสานตอนล่าง และถือเป็นโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มาสด้า จังหวัดอุบลราชธานี ภายใต้ชื่อ อุบลพิจิตรเพชร มอเตอร์คาร์ จำกัด บริหารงานภายใต้การกำกับดูแลของ คุณสมชาย และ คุณไพวรรณ สร้างถาวร ซึ่งเป็นนักธุรกิจที่มีสายสัมพันธ์อย่างแน่นหนากับชาวอุบลฯ และเป็นผู้คลุกคลีอยู่กับลูกค้ายาวนาน ได้รับความไว้วางใจเป็นอย่างสูงจากชาวอุบลฯ และชาวอำนาจเจริญ

การเปิดโชว์รูมแห่งใหม่นี้ ถือเป็นโชว์รูมที่มีขนาดใหญ่ มีพื้นที่ให้บริการมากที่สุดในประเทศไทย และยังก้าวขึ้นมาเป็นผู้จำหน่ายที่มียอดขายติดอันดับต้นๆ ของประเทศ โดยเฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 100 คัน ด้วยความรู้ความสามารถ ผนวกกับการทำงานแบบเข้าถึงลูกค้า บริการประทับใจ เข้าไปในทุกหย่อมหญ้า ช่วยให้ มาสด้าอุบลฯ และ มาสด้า อำนาจเจริญ กลายเป็นโชว์รูมที่อยู่ในใจของชาวบ้านริมฝั่งแม่น้ำโขง

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #85 เมื่อ: 21 ธันวาคม 2012 - 08:39:37 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 4 ธันวาคม 2555



กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย
- มอบรถแพทย์ดัดแปลงให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ รวมมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท
- สานต่อพันธกิจในการมอบความช่วยเหลือแก่ประชาชนชาวไทยในยามประสบภัยพิบัติ

กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิ ฮอนด้า ประเทศไทย สานต่อพันธกิจในการมอบความช่วยเหลือแก่ประชาชนชาวไทยในยามประสบภัยพิบัติ พร้อมส่งมอบนวัตกรรมยานยนต์ดัดแปลงจากรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของ ฮอนด้า ที่ผลิตขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อใช้ในการปฏิบัติภารกิจของระบบการแพทย์ฉุกเฉิน รวม 3 รุ่น ได้แก่ รถพยาบาล, รถจักรยานยนต์พยาบาล และรถอำนวยการสื่อสาร รวมเป็นมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท แก่ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เพื่อสนับสนุนในการปฏิบัติภารกิจได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

รถยนต์ฮอนด้า 3 รุ่น รวมทั้งสิ้น 21 คัน ประกอบด้วยรถพยาบาล ดัดแปลงจาก Honda Stepwgn Spada จำนวน 10 คัน ซึ่งฮอนด้าได้และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติได้ร่วมกันพัฒนาขึ้น รถจักรยานยนต์พยาบาล หรือ Motorlance ดัดแปลงจาก Honda CBR 250R จำนวน 10 คัน เป็นรถที่มีสมรรถนะสูง ปราดเปรียวคล่องตัว และสามารถเข้าถึงผู้บาดเจ็บได้อย่างทันท่วงที ในภาวะการจราจรติดขัดหรือในพื้นที่คับแคบ และรถตรวจการณ์ติดอุปกรณ์สื่อสาร ดัดแปลงจาก Honda CR-V ใหม่ จำนวน 1 คัน ซึ่งเป็นรถตรวจการณ์พร้อมติดตั้งอุปกรณ์สื่อสาร สัญญาณไฟไซเรนและอุปกรณ์อื่นๆ อย่างครบครัน

นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร กรรมการผู้จัดการ กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย และรองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "จากการบรรลุข้อตกลง ร่วมเป็นเครือข่ายขับเคลื่อนภารกิจ เตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือประชาชนชาวไทยในยามเกิดภัยพิบัติ ร่วมกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทยมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่จะขอส่งมอบยานยนต์ทั้งรถพยาบาล รถจักรยานยนต์พยาบาล และรถอำนวยการ พร้อมติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารให้กับสถาบันฯ โดยมุ่งหวังว่า ยานยนต์ทั้งหมดนี้จะช่วยเสริมให้การปฏิบัติภารกิจของระบบการแพทย์ฉุกเฉิน เป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุด"

"ในเบื้องต้นจะใช้กับโรงพยาบาลเครือข่ายในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อลดอัตราการเสียชีวิต และบรรเทาความรุนแรง จากการประสบอุบัติภัยของประชาชนชาวไทยให้ได้มากที่สุด สมดังเจตนารมณ์ของกองทุนฮอนด้าฯ ที่จัดตั้งขึ้นโดยกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย เพื่อร่วมกันช่วยเหลือประชาชนชาวไทย ในยามประสบภัยที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างทันท่วงที"

นายแพทย์ประจักษวิช เล็บนาค รักษาการเลขาธิการ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กล่าวว่า "เป็นเรื่องน่ายินดี ที่กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทยตระหนักถึงความสำคัญของกิจกรรมระบบการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศ พร้อมมอบรถพยาบาล รถจักรยานยนต์พยาบาล และรถอำนวยการสื่อสารเพื่อสนับสนุนการทำงานของสถาบันฯ ซึ่งรถพยาบาลฉุกเฉินของฮอนด้า จะกระจายไปประจำการในพื้นที่ที่รถพยาบาลยังไม่เพียงพอต่อจำนวนประชากร และความต้องการ และรถจักรยานยนต์พยาบาล จะนำไปใช้ปฏิบัติการในพื้นที่ที่มีการจราจรติดขัด"

"จากสถิติปี 2555 พบว่า มีการช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินภายในระยะเวลา 10 นาที (Response time) เป็นจำนวนถึง 1,052,784 ครั้ง คิดเป็น 84.5% ของการปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินทั้งหมด 1,245,858 ครั้ง การสนับสนุนรถพยาบาลและรถจักรยานยนต์พยาบาลของฮอนด้า จึงเป็นการเพิ่มอัตราการช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินภายในระยะเวลา 10 นาทีได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ และยังเป็นการลดอัตราการสูญเสียชีวิตและพิการได้"

"ฮอนด้ายังคงมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมยานยนต์ที่มีคุณภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการตอบแทนสิ่งดีๆ เพื่อคนไทย เพื่อสังคมไทย ดังเจตนารมณ์ของฮอนด้าในการสร้างสรรค์คุณค่า เพื่อเป็นองค์กรที่สังคมไทยต้องการให้ดำรงอยู่ตลอดไป" นายพิทักษ์ กล่าวเพิ่มเติม


กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย

กลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย ประกอบด้วย บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด, บริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด และ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ได้ร่วมกันประกาศจัดตั้ง กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้การดำเนินงานของ มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2555 ซึ่งเป็นวันเปิดเดินสายการผลิตอีกครั้งที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ

กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเตรียมความพร้อมในการมอบความช่วยเหลือฉุกเฉินให้กับประชาชนไทย ในยามที่ประเทศไทยอาจเกิดเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติ อาทิ น้ำท่วม ดินถล่ม ภัยหนาว ภัยแล้ง ตลอดจนกิจกรรมต่างๆ ที่ดำเนินงานภายใต้กองทุนดังกล่าวได้อย่างทันท่วงที โดยมอบเงินสมทบ 1,000 บาท ต่อการขายรถยนต์หนึ่งคัน, 100 บาทต่อการขายรถจักรยานยนต์หนึ่งคัน และ 10 บาทต่อการขายเครื่องยนต์อเนกประสงค์ 1 เครื่อง ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2555 คาดว่า กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย จะมีเงินสะสมซึ่งได้จากเงินสมทบจากการขายผลิตภัณฑ์รวม 291 ล้านบาท


Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #86 เมื่อ: 24 ธันวาคม 2012 - 10:05:34 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 24 ธันวาคม 2555

[img=http://images.temppic.com/24-12-2012/images_vertis/1356317826_0.49369500.jpg]

2013 Qoros GQ3
ซีดานหรูจากจีนเตรียมลุยยุโรป

โครอส ออโต้ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายล่าสุดจากเซี่ยงไฮ้ เผยภาพชุดแรกของรถยนต์ซีดานขนาดคอมแพคท์รุ่นแรกของค่ายในชื่อ Qoros GQ3 เตรียมทำตลาดภายในประเทศ และจะส่งไปลุยตลาด C-segment ยุโรปภายในช่วงปี 2013 ด้วย

โครอส ก่อตั้งขึ้นในปี 2007 โดยเป็นบริษัทร่วมทุนแบบ 50:50 ระหว่าง Chery Automobile และบริษัทประเภท holding company จากอิสราเอล Israel Corporation ชื่อ โครอส นำมาจากภาษากรีก (khoros) ตามข้อมูลมีความเดียวกับคำว่า 'Chorus' แต่กินความหมายกว้างกว่าการร้องประสานสานเสียง โดยรวมถึงกลุ่มนักเต้นรำและคณะนักดนตรีด้วย

ช่วงแรก โครอส ใช้ชื่อบริษัทว่า CQAC หรือ Chery Quantum Automotive Corporation แต่ภายหลังได้ตัดสินใจยกชื่อ เชรี่ ออกไป แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น Qoros Auto Co., Ltd. ในปี 2011 โดยตัวอักษร 'Q' ที่ใช้ออกเสียงแทน 'โค' นั้นหมายถึง Quality

GQ3 ถูกวางตำแหน่งทางการตลาดให้อยู่ในระดับเดียวกับ Volkswagen Jetta และ Ford Focus การออกแบบอยู่ภายใต้การควบคุมของ Mr. Gert Volker Hildebrand อดีตผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบของ บีเอ็มดับเบิลยู หนึ่งในผู้ดูแลการออกแบบ MINI แฮทช์แบคยุคใหม่ในปี 2001 ซึ่งให้ความเห็นเอาไว้อย่างน่าสนใจว่า งานออกแบบรถยนต์เป็นหนึ่งในงานที่ดีที่สุดในโลก แต่น้อยคนนักที่จะมีโอกาสได้ออกแบบสัญลักษณ์ของแบรนด์ ได้ถ่ายทอดมุมมองและความฝัน ผ่านการออกแบบรถยนต์คันแรก และเป็นรุ่นแรกของตระกูล

ชื่อ โครอส มีปัญหามาก่อนหน้านี้พอสมควร เพราะ เกีย เตรียมเปิดตัวซีดานขับหลังรุ่นใหม่ Kia Quoris ในยุโรป ซึ่ง เกีย บอกว่าชื่อ ควอริส นั้นเป็นการรวมคำระหว่าง Core กับ Quality แต่ โครอส กังวลว่าชื่อนี้ใกล้เคียงกันเกินไป และอาจสร้างความสับสนในตลาดต่างประเทศได้ โดยเฉพาะกับการเปิดตัวเป็นครั้งแรกซึ่งต้องสร้างการจดจำให้ดีที่สุด โครอส จึงยื่นเรื่องนี้กับศาลเยอรมันและชนะคดีนี้ไป... ผู้แปลคิดว่าชื่อรุ่นที่เป็นรหัสนั่นแหละที่จำยาก ซึ่งรถยนต์จากประเทศจีนชอบใช้กันนัก

ที่แน่ๆ การขึ้นโรงขึ้นศาลก็ถือว่าช่วยให้ชื่อแบรนด์ Qoros ได้รับความสนใจในวงกว้างขึ้นมาระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม เรายังไม่รู้ข้อมูลทางเทคนิคที่แน่ชัดของซีดานคันนี้ แต่หากดูจากภาพจะเห็นว่า การออกแบบเน้นความเรียบหรูเป็นหลักทั้งภายนอกและภายใน ไฟท้ายต้องจินตนาการเอาจากภาพสเกทช์ไปก่อน เบื้องต้นจะทำคตลาดด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ส่วนมาตรฐานความปลอดภัย โครอส เคลมว่า GQ3 อยู่ในระดับ 'สูงสุด'

รายละเอียดเพิ่มเติม กลับมาอัพเดทกันอีกครั้งหลังเปิดตัวอย่างเป็นทางการใน 2013 Geneva Motor Show เดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ และ 2013 Shanghai Auto Show ครับ

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #87 เมื่อ: 25 ธันวาคม 2012 - 09:24:55 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 25 ธันวาคม 2555



Toyota
มอบสวนพฤกษศาสตร์หอดูดาวฯ มูลค่า 18 ล้านบาท
เพิ่มแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แห่งใหม่แก่จังหวัดฉะเชิงเทรา

นายนินนาท ไชยธีรภิญโญ รองประธานกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เป็นผู้แทนองค์กรในการส่งมอบ 'สวนพฤกษศาสตร์หอดูดาว พันธุ์พืชกินยอด กินใบ พันธุ์พืชในพระพุทธศาสนาและพืชกินผลหายาก' โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นแหล่งศึกษาข้อมูลพันธุ์พืชกินได้ และพันธุ์พืชที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ตลอดจนเป็นสถานที่พักผ่อนแก่ประชาชนทั่วไป รวมมูลค่า 18 ล้านบาท

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายเริงศักดิ์ มหาวินิจฉัยมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา และ นายประพนธ์ อิสสริยะกุล ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) เป็นผู้รับมอบ ณ บริเวณ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา ตำบลวังเย็น อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา ในวันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม 2555

สวนพฤกษศาสตร์หอดูดาว พันธุ์พืชกินยอด กินใบ พันธุ์พืชในพระพุทธศาสนาและพืชกินผลหายาก ตั้งอยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ณ บริเวณโดยรอบหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ซึ่งเป็นหอดูดาวส่วนภูมิภาค ในเขตภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออก โดย โตโยต้า ได้สนับสนุนการจัดสร้างสวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ด้วยงบประมาณจำนวน 18 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ 18 ไร่ โดยมีวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในบริเวณหอดูดาวส่วนภูมิภาค ให้มีความสวยงาม และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ รวมถึงเป็นแหล่งศึกษาองค์ความรู้เกี่ยวกับพันธุ์พืชกินได้ และพันธุ์พืชที่มีความเกี่ยวโยงกับพระพุทธศาสนา จากการรวบรวมข้อมูลจากทุกภูมิภาคของประเทศไทย จำนวนรวมกว่า 300 ชนิด เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้เข้าศึกษาต่อไป

นายนินนาท กล่าวว่า "ตลอด 50 ปี ที่โตโยต้าได้เข้ามาดำเนินงานในประเทศไทย เราได้ยึดนโยบาย ที่ว่าด้วยการร่วมเติบโตเคียงข้างกับทุกชุมชนที่เราได้ไปดำเนินธุรกิจ และจากการที่จังหวัดฉะเชิงเทรามีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ในการสนับสนุนให้โตโยต้าได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาทั้งในด้านเศรษฐกิจภายในชุมชน พัฒนาทักษะแรงงานเพื่อสร้างอาชีพ และคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบโรงงาน ตลอดจนการสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ เพื่อเพิ่มความสุขแก่พี่น้องชาวฉะเชิงเทราไปพร้อมๆ กัน"

"โตโยต้าหวังว่า สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้จะเป็นประโยชน์แก่จังหวัดฉะเชิงเทรา ทั้งในด้านการพัฒนาองค์ความรู้ด้านพันธุ์พืช การพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนมีส่วนร่วมในการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดต่อไป"

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #88 เมื่อ: 02 มกราคม 2013 - 08:58:17 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 2 มกราคม 2556



DATSUN
เตรียมคืนสู่ตลาดโลกอีกครั้งในฐานะแบรนด์ราคาประหยัด

หลังยุติสายการผลิตไปกว่า 30 ปี นิสสัน เตรียมนำชื่อ ดัทสัน กลับมาทำตลาดโลกอีกครั้งในฐานะแบรนด์รถราคาประหยัด โดยจะใช้แพลทฟอร์ม Lada ของรัสเซียเป็นพื้นฐานการผลิต เนื่องจากในเดือนพฤษภาคม 2012 Renault-Nissan Alliance ได้ซื้อหุ้นเพิ่มเติมจากบริษัทร่วมทุนรายใหญ่ของรัสเซีย ซึ่งทำให้ตัวเลขกรรมสิทธิ์ใน AvtoVAZ ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ Lada เพิ่มขึ้นเป็น 51.01% โดยแผนงานในครั้งนี้ เรโนลท์-นิสสัน เตรียมเทเงินลงทุนปรับปรุงสายการผลิตเพิ่มอีกราว 750 ล้านดอลลาร์

Mr. Colin Dodge รองประธานบริหาร นิสสัน ยุโรป ให้ข่าวกับ Automotive News Europe ว่า ดัทสัน 2 รุ่นใหม่ ที่เตรียมเผยโฉมในช่วงกลางปี 2014 จะใช้แพลทฟอร์มของรถแฮทช์แบค 5 ประตู Lada Kalina รุ่นปี 2013 เป็นพิ้นฐานในการผลิต แม้จะใช้ชิ้นส่วนและระบบต่างๆ ร่วมกันเกิน 50% ก็ตาม ทว่ารูปแบบตัวถังและการออกแบบภายในที่แตกต่าง จะทำให้ลูกค้า (ในรัสเซีย) ไม่รู้สึกว่ากำลังขับ Lada อยู่เลย

ทั้งนี้ ดัทสัน รุ่นใหม่ทั้ง 2 รุ่นจะเริ่มจำหน่ายในรัสเซีย, อินเดีย และอินโดนีเซีย ราวกลางปี 2014 ส่วนรุ่นที่ 3 จะเผยโฉมในปี 2015 พร้อมทั้งเตรียมขยายขอบเขตการจำหน่ายไปยังตลาดอื่นๆ ด้วย

ด้านราคาจำหน่าย Mr. Carlos Ghosn ซีอีโอคนสำคัญของ นิสสัน ให้ข้อมูลกับ Wall Street Journal ว่า ราคาเริ่มต้นของ ดัทสัน ใหม่ อาจจะเริ่มต้นที่ราวๆ 2,300 ยูโร หรือประมาณ 9.2 หมื่นบาท เท่านั้น โดยราคานี้ ดัทสัน ตั้งเอาไว้เพื่อแข่งขันกับรถราคาประหยัดจากประเทศจีนโดยเฉพาะ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น เรโนลท์-นิสสันก็ไม่น่าจะมีปัญหาในการช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดมาไว้ในมือ เพราะชื่อชั้นของ 'ดัทสัน' สามารถขายได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว โดยการการันตีของแบรนด์แม่อย่าง นิสสัน

Mr. Ghosn เจาะจงแผนการตั้งไลน์ผลิต ดัทสัน ในเอเซียไปที่อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่มีอัตราการเติบโตอย่างมั่นคงที่สุดตลาดหนึ่งในภูมิภาคนี้ และสอดรับกับโครงการ LCGC หรือ low-cost and green car program ของรัฐบาลอินโดนีเซียพอดี โดยมีตัวเลขเงินลงทุนเพิ่มเติมประมาณ 396 ล้านดอลลาร์

จาก DAT สู่ Datson และการปรากฏนามของ Datsun

หลังการก่อตั้งบริษัท Kaishinsha Motor Car Works ของ มร. มาสุจิโระ ฮาชิโมโตะ ในปี 1911 บริษัท ไคชินฉะ ได้ผลิตรถยนต์คันแรกในชื่อ DAT โดยเป็นการรวมตัวอักษรของ 3 ผู้ลงทุนหลัก คือ D - มร. เดน เคนจิโระ, A - มร. อาโอยามะ โรขุโระ และ T - มร. ทาเคอุจิ ไมทาโระ

Kaishinsha Motor Car Works ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Kaishinsha Motorcar Co., Ltd. ในปี 1918 จากนั้นจึงเปลี่ยนมาเป็น DAT Motorcar Co. ในปี 1925

ชื่อ ดัทสัน หรือเดิมคือ Datson ที่สะกดด้วย 'son' ถูกใช้เป็นครั้งแรกในปี 1931 มีความหมายโดยนัยว่า 'Son of DAT' เพื่อแยกการทำตลาดรถรุ่นใหม่ที่มีขนาดตัวเล็กลงกว่า DAT รุ่นปกติ จากนั้น Nissan Motor Co., Ltd. ซึ่งเข้าครอบครองกิจการของ DAT Motorcar ในปี 1934 ได้เปลี่ยนตัวสะกดจาก Datson มาเป็น Datsun เนื่องจากคำว่า son ไปออกเสียงตรงกับคำที่มีความหมายว่า สูญเสีย หรือ ขาดทุน ( 損 ) ในภาษาญี่ปุ่น อีกทั้งการเปลี่ยนเป็นคำว่า sun ซึ่งหมายถึงดวงอาทิตย์ ยังตรงกับสัญลักษณ์ที่ถูกใช้ในธงชาติของญี่ปุ่นด้วย

รถยนต์รุ่นสุดท้ายที่ใช้ชื่อ ดัทสัน จำหน่ายในญี่ปุ่นคือ ปิคอัพ 1 ตัน Nissan Datsun หรือ D22 Series เจนเนอเรชั่นแรก หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ Nissan Big M Frontier ในปี 1997 นั่นเอง

ในบ้านเรา นิสสัน เพิ่งประกาศแผนลงทุน 11,000 ล้านบาท สำหรับเปิดโรงงานใหม่ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต โดยจะเริ่มเดินเครื่องในเดือนสิงหาคม 2557 ตรงตามกรอบเวลาของ ดัทสัน 2014 พอดี งานนี้ต้องรอดูกันต่อไปว่า ในแผนการทำตลาดโลกของ นิสสัน/ดัทสัน ปี 2015 จะมีประเทศไทยรวมอยู่ด้วยหรือไม่

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #89 เมื่อ: 03 มกราคม 2013 - 10:18:37 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 3 มกราคม 2556



ปิดโครงการรถคันแรกทะลุ 1.3 ล้านราย !!!

   นายสมชายพูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ขณะนี้โครงการรถคันแรกที่ได้ดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 54-31 ธ.ค. 55 มีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ1.25 ล้านราย เป็นรถยนต์นั่ง 739,861 คัน กระบะ 258,544 คัน
รถยนต์นั่งที่มีกระบะหรือดับเบิลแค็บ 257,278 คันโดยคาดว่าตัวเลขหลังจากสิ้นสุดโครงการดังกล่าว เมื่อรวมกับผู้ที่ยื่นผ่านอินเตอร์เน็ตซึ่งจะปิดยอดเวลา 24.00 น.ของคืนวันที่ 31 ธ.ค.นี้ จะอยู่ที่ 1.3 ล้านราย คิดเป็นเงินที่ต้องคืน 90,000 ล้านบาท ถือว่าสูงกว่าตั้งเป้าหมายที่ตั้งไว้จากเดิมที่ 500,000 ราย คิดเป็นเงิน 30,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ กรมสรรพสามิตได้จ่ายเงินให้ผู้ที่ครอบครองรถยนต์ครบ 1 ปีไปแล้ว 47,018 ราย คิดเป็นเงิน 3,481 ล้านบาท และคาดว่าปีงบประมาณ 56 จะต้องตั้งงบคืนภาษีรถยนต์คันแรก

Credit : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #90 เมื่อ: 10 มกราคม 2013 - 10:05:38 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 10 มกราคม 2556



Toyota-Lexus เริ่มพัฒนาหน่วยย่อยของระบบขนส่งอัจฉริยะ

โตโยต้า และ เลกซัส เผยผลงานการพัฒนายานยนต์ที่เน้นความปลอดภัยสูงสุดในงาน Consumer Electronics Show หรือ CES ประจำปี 2013 ที่ลาสเวกัส โดยนำเสนอภายใต้แนวคิด Integrated Safety Management Concept หรือ การจัดการความปลอดภัยแบบบูรณาการ ผสมผสานความสามารถของรถยนต์ การสังเกตุสภาพแวดล้อม และตัวผู้ขับเข้าไว้ด้วยกันเป็นหน่วยเดียว

แน่นอนว่าแนวคิดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เราได้เห็นโครงการที่เหนือกว่านี้มาแล้วหลากหลายโครงการ อาทิ Driverless Cars ของ Google, Highly-Automated Driving ของ ม. Carnegie Mellon - GM และ Continental หรือโครงการล่าสุดของ วอลโว่ อย่าง SARTRE project ดังนั้นสิ่งที่แตกต่างในโครงการเหล่านี้คือ เทคโนโลยีที่ใช้เสริมความสามารถของรถ และแนวคิดย่อยของระบบนั่นเอง

โตโยต้า/เลกซัส ซอยแนวคิดย่อยในโครงการ SRV-Safety Research Vehicle ออกเป็นพื้นฐานง่ายๆ 5 ส่วน คือ

1 - การเริ่มต้นเดินทางแบบร่วมกันของผู้ขับและรถยนต์จากที่จอดรถ หรือจุดหยุดนิ่ง
2 - การทำงานของระบบ Active safety ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อหลีกเลี่ยงการชน
3 - การเตรียมพร้อมของระบบ Pre-crash เพื่อรับการปะทะที่อาจเกิดขึ้นได้
4 - การเตรียมพร้อมของระบบ Passive safety ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้
5 - การช่วยเหลือและการตอบสนองหลังเกิดอุบัติเหตุ

กึ่งอัตโนมัติ ความต่างของระบบ

การทำงานแบบกึ่งอัตโนมัติของระบบที่ โตโยต้า/เลกซัส พัฒนาขึ้นนั้น แทบจะเหมือนกับยานยนต์ไร้คนขับของ Google คือใช้เซนเซอร์รอบคันในการสังเกตุสภาวะรอบข้างของตัวรถ ผ่านการตรวจจับที่อาศัยความสามารถของ GPS, กล้องจับภาพ 3 มิติแบบ high-def หรือ stereo camera 3 ตัว ซึ่งสามารถกวาดตามองได้ในระยะ 150 เมตร ทำงานร่วมกับกล้องปกติด้านหน้า - ด้านข้าง และการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี LIDAR หรือ Light Detection and Ranging

เทคโนโลยี LIDAR ทำงานในลักษณะเดียวกับ Radar คือ ยิง และ สะท้อนกลับ เพื่อวัด 'ระยะเวลา' ในการเดินทางของแสงเลเซอร์ เช่น ขอบฟุตพาธอยู่งตัวรถ 1.5 เมตร ในขณะที่ต้นไม้บนฟุทพาธอยู่งออกไปอีก 0.5 เมตร ระยะเวลาที่แสงเลเซอร์เดินทางไป-กลับจึงไม่เท่ากัน นั่นคือเกณฑ์หลักในการวัดระยะของระบบ LIDAR ซึ่งปกติถูกใช้งานในการสำรวจพื้นผิวภูมิประเทศ

LIDAR สามารถวัด และสร้างการคำนวณโครงสร้างของวัตถุที่แวดล้อมตัวรถได้ตั้งแต่ หิน ต้นไม้ ผู้คน ไปจนถึงอาคารบ้านเรือน โดยสามารถสำรวจภูมิประเทศรอบข้างได้แบบ 360 องศา ในระยะ 70 เมตร

การทดสอบมีขึ้นในสนามปิดขนาด 8.6 เอเคอร์ ITS Proving Grounds ซึ่งสร้างขึ้นเฉพาะกิจใน Higashi-Fuji Technical Center ประเทศญี่ปุ่น อุปกรณ์ทั้งหมดถูกติดตั้งเอาไว้ใน Lexus LS ตัวถังซีดาน ซึ่งโครงการนี้นอกจากจะเน้นในเรื่องของการช่วยผู้ขับ ในการสังเกตุสิ่งรอบด้าน การตอบสนองของระบบ Active และ Passive safety แล้ว ยังมีการศึกษาความเป็นไปได้เกี่ยวกับการสื่อสารระหว่างรถกับรถ และรถกับสาธารณูปโภคข้างทางด้วยคลื่นสั้น เพื่อขยายขอบเขตการเตื่อนภัย ลดการเกิดอุบัติเหตุที่ไม่ควรเกิด เช่น การแจ้งเตือนให้ผู้ขับหยุดรถเมื่อพบจุดอับสายตาในการใช้ทางแยก

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #91 เมื่อ: 18 มกราคม 2013 - 09:02:24 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 18 มกราคม 2556



2013 FORD ATLAS CONCEPT
ต้นแบบปิคอัพไฮ-เทครุ่นใหม่เผยเค้าโครงของ F-150 รุ่นต่อไป

เจนเนอรัล มอเตอร์ส เติมเต็มความต้องการของแฟนๆ ปิคอัพด้วย 2 รุ่นใหม่ Chevrolet Silverado/GMC Sierra ใน 2013 ดีทรอยท์ออโต้โชว์ ฟอร์ด ในฐานะที่มี F-Series ครองแชมป์ยอดจำหน่าย ปิคอัพฟูลไซส์ในสหรัฐฯ ปีล่าสุด จึงต้องมีของดีมาฝากกับเขาบ้าง โดยเผยโฉมเจนเนอเรชั่นต่อไปของ F-150 ผ่านต้นแบบรุ่นล่าสุด Ford Atlas Concept ซึ่ง Mr. Raj Nair รองประธานฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ ฟอร์ด ให้ความเห็นว่า Atlas Concept คือตัวอย่างนวัตวกรรมที่จะเปลี่ยนความคาดหวังของผู้คนที่มีต่อรถปิคอัพ

ฟอร์ด ตั้งคอนเซปท์ความประหยัดสูงสุดให้ Atlas ด้วยการติดตั้งเครื่องยนต์ที่ทรงประสิทธิภาพ เสริมด้วยตัวช่วยด้านความประหยัดเชื้อเพลิง และพัฒนาระบบแอโรไดนามิคใหม่สำหรับรถปิคอัพโดยเฉพาะ

เครื่องยนต์ที่ Atlas ใช้คือเบนซิน EcoBoost เจนเนอเรชั่นใหม่ จ่ายเชื้อเพลิงแบบไดเรคอินเจคชั่น พร้อมระบบ Auto Start-Stop ช่วยให้ประหยัดเชื้อเพลิงขึ้น 20% ลดคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสียได้อีก 15% เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ที่มีความจุมากกว่า... ทว่าในข่าวไม่ได้บอกไว้ ว่า EcoBoost 'เจนเนอเรชั่นใหม่' มีความจุกระบอกสูบเท่าไหร่ และเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์กี่ซีซี

สำหรับระบบแอโรไดนามิค ฟอร์ด นำเสนอไอเดียใหม่ด้วย 3 เทคโนโลยีล่าสุด คือ หนึ่ง: Drop-Down Front Air Dam ระบบสปอยเลอร์ล่างด้านหน้าแบบแอคทีฟ ทำงานในขณะใช้ความเร็วสูงเพื่อจัดระเบียบอากาศใต้ท้องรถ และพับเก็บในขณะใช้ความเร็วต่ำ หรือใช้งานแบบออฟ-โรด เพื่อไม่ให้สูญเสียระยะเคลียร์ใต้ท้องรถ

สอง: Active Grille Shutters ระบบเปิด - ปิดบานพับอัตโนมัติบริเวณกระจังหน้า ซึ่งจะเปิดในขณะที่รถวิ่งด้วยความเร็วต่ำ หรือในสภาพอากาศที่ร้อนจัด เพื่อช่วยระบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์ และจะปิดโดยอัตโนมัติเมื่อใช้ความเร็วสูงบนไฮเวย์ เพื่อผลทางอากาศพลศาสตร์ที่ดีที่สุด

ทว่าระบบนี้ผู้แปลต้องหมายเหตุเอาไว้สักนิดว่า 'ไม่ใหม่' แบบเอี่ยมๆ เพราะ เชฟโรเลต มีระบบที่ใช้แนวคิดในลักษณะนี้มาแล้วในโปรดัคชั่นคาร์ โดยติดตั้งให้กับ Chevrolet Cruze เวอร์ชั่น Eco ในปี 2010

และ สาม: Active Wheel Shutters ระบบแอโรไดนามิคแบบยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว คือยังคงความสวยงามแบบโชว์ก้านล้อแม็กเอาไว้ได้ โดยไม่ต้องออกแบบให้มีลักษณะหน้าแปลนตันๆ แบบรถไฮบริด ทำงานอัตโนมัติด้วยการปิดตัวในขณะใช้ความเร็วสูงเพื่อลดการวนของอากาศบริเวณล้อ

การเปิด - ปิดของม่านชัทเตอร์จะอาศัยพลังงานการการชาร์จแบตเตอรี่ด้วยตัวเองในขณะที่ล้อมีการเคลื่อนไหว... อันนี้ก็ไม่ใหม่นัก เพราะ เปอโยต์ เคยใช้แนวคิดนี้ในต้นแบบ Peugeot HX1 Concept ในปี 2011 แต่ ฟอร์ด อาจจะล้ำกว่าด้วยระบบรีชาร์จพลังงานไฟฟ้าจากการหมุนของล้อ

นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นเด่นๆ สำหรับคอปิคอัพโดยเฉพาะ อาทิ ระบบ Power Running Boards บันไดข้างพับเก็บอัตโนมัติ, Hidden Cargo Ramps แรมพ์หรือบันไดพาดแบบซ่อนตัวสำหรับให้มอเตอร์ไซค์หรือ ATV สามารถขับขึ้นไปได้, Dual-Purpose Tailgate Step and Cargo Cradle ระบบซ่อนขาหยั่งเอาไว้ในฝาปิดกระบะท้าย ยกตัวให้เสมอระดับหลังคาด้วยระบบไฟฟ้า เพื่อใช้รองรับการขนของที่มีความยาวเกินตัวรถ เช่นบันได/ต้นไม้ หรือระบบ Trailer Backup Assist และ Dynamic Hitch Assist ช่วยไกด์ให้ผู้ขับเชื่อมหัวลากกับรถพ่วงได้ง่ายขึ้น เป็นต้น

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #92 เมื่อ: 22 มกราคม 2013 - 09:02:55 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 22 มกราคม 2556



TOYOTA
ตั้งเป้าขาย 5 แสนคันในปี 2556 คาดตลาดรวมมากกว่า 1.2 ล้านคัน

โตโยต้า จัดงานแถลงข่าวสถิติการจำหน่ายรถยนต์ปี 2555 หรือ 2013 Toyota Annual Press Conference พร้อมคาดการณ์ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยปี 2556 จะมียอดรวมสูงถึงกว่า 1.2 ล้านคัน ซึ่งในจำนวนนี้ โตโยต้า ตั้งเป้าหมายเอาไว้ที่ 5 แสนคัน โดยงานนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2556 ณ ห้องบอลรูม โรงแรมโอกุระ กรุงเทพฯ

มร. เคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า "ยอดขายในปี 2555 ได้สร้างสถิติใหม่ของยอดขายรถยนต์ในประเทศไทย ด้วยตัวเลขรวม 1,436,335 คัน สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ยอดขายรถยนต์ของไทย ทั้งนี้ความต้องการของตลาดรถยนต์ในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นมากในปีที่ผ่านมา เป็นผลจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่กระตุ้นการบริโภคภายใน นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐในโครงการรถยนต์คันแรก และปริมาณความต้องการสะสม อันเป็นผลต่อเนื่องมาจากผลกระทบของภัยธรรมชาติในปี 2554 ประกอบกับกำลังการผลิตรถยนต์ในประเทศที่เพิ่มขึ้น ทำให้สามารถ ตอบสนองความต้องการของตลาดได้ดีขึ้น"

สถิติในปี 2555

ในปีที่ผ่านมา โตโยต้า ประเทศไทย มียอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 516,086 คัน หรือคิดเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้น 77.9% แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 224,816 คัน เพิ่มขึ้น 62.8% รถเพื่อการพาณิชย์ 291,270 คัน เพิ่มขึ้น 91.7% และรถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยอดขายรถเพื่อการพาณิชย์ 269,722 คัน เพิ่มขึ้น 99.8%

ด้านการส่งออกในปีที่ผ่านมา โตโยต้า ได้ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปจำนวน 405,892 คัน เพิ่มขึ้น 61.8% คิดเป็นมูลค่า 179,572 ล้านบาท การส่งออกชิ้นส่วน มูลค่า 63,023 ล้านบาท รวมเป็นมูลค่าการส่งออกที่นำรายได้กลับสู่ประเทศไทยเป็นเงินทั้งสิ้น 242,595 ล้านบาท

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #93 เมื่อ: 23 มกราคม 2013 - 11:08:31 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 23 มกราคม 2556



2013 VIA X-TRUCK
ปิคอัพไฟฟ้า 800 แรงม้า แรงบิดดุจมอนสเตอร์ทรัคแต่จิบน้ำมันพอๆ กับ Prius

Bob Lutz นำทีม VIA Motors Inc. เปิดตัวปิคอัพระบบ range-extended เวอร์ชั่นจำหน่ายจริงใน 2013 ดีทรอยท์ ออโต้โชว์ โดยมากับรูปลักษณ์ที่ดุดันกว่า เวอร์ชั่นทดลองใช้ของ PG&E หรือชื่อเดิม VTRUX ด้วยกระจังหน้าสีดำทรง X เน้นภาพลักษณ์การใช้งานแบบจอมลุยด้วยการยกสูง 5 นิ้ว สวมยางยอดนิยมแบบ Mud-Terrain ของ BF Goodrich ซึ่งเวอร์ชั่นที่เห็นนี้ผู้แปลไม่แน่ใจว่าเป็นรุ่นพื้นฐานเลย หรือเป็นตัวแต่งสำเร็จจากโรงงาน

X-Truck ใหม่ยังคงใช้พื้นฐานของ Silverado ตัวถัง 4 ประตู Crew Cab เมื่อย้อนไปเทียบสมรรถนะกับ VTRUX ปรากฏว่า VIA ไม่พอใจกับชุดขับเคลื่อนเดิม เลยยกเครื่องยนต์ V6 ความจุ 3.4 ลิตรทิ้งไป แล้ววางบล๊อคใหม่ V8 ความจุ 5.3 ลิตร ของ GM ลงไปแทนที่ เนื่องจากวิศวกรของ VIA คิดว่าเครื่อง V6 อาจรับภาระเกินตัวไปหน่อย ซึ่งผลที่ได้นั้น Bob Lutz ได้ให้นิยามของ X-Truck ใหม่ว่า "ให้แรงบิดราวกับมอนสเตอร์ทรัค ในขณะที่จิบน้ำมันพอๆ กับ Toyota Prius"

ภายในติดตั้ง iPad แบบบิลท์อิน ใช้เป็นหน้าจอแสดงผลระบบอินโฟเทนเมนท์ VIA ให้ข้อมูลว่า ระบบที่ทำงานผ่าน iPad นี้ ไม่เพียงแต่ให้ข้อมูลผู้ขับเท่านั้น แต่ยังสามารถติดต่อโดยตรงไปยังคอลล์เซนเตอร์ เพื่อให้คำแนะนำในกรณีที่เกิดปัญหาได้ด้วย

ระบบขับเคลื่อนของ VIA หรือ eREVs: extended-range electric vehicles อาศัยกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ตัวละ 402 แรงม้า HP ผลิตกำลังรวมได้ 800 แรงม้า HP ใช้เครื่องยนต์ทำหน้าที่เป็นเจนเนอเรเตอร์ ปั่นไฟไปเก็บยังแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ความจุ 24 กิโลวัตต์-ชม. ระบายความร้อนด้วยของเหลว สตาร์ทและวิ่งด้วยไฟฟ้าได้ราว 64 กม. หรือจนกว่าแบตเตอรี่จะถูกใช้งานเกิน 80% ของความจุ เครื่องยนต์จึงจะทำงานโดยอัตโนมัติ เพื่อรับไม้ต่อในการรีชาร์จแบตเตอรี่ (ด้วยน้ำมัน)

จุดสำคัญอยู่ที่การประหยัดเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ให้ได้มากที่สุด ระบบ eREVs ของ VIA จะตัดการทำงานของเครื่องอีกครั้ง เมื่อระดับความจุของแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นมาเป็น 25% จากจำนวนเต็ม ซึ่ง ณ ปัจจุบัน VIA ยังไม่ได้ให้ตัวเลขระยะทางในการวิ่ง (แบตฯ เต็ม + น้ำมัน 1 ถัง) แต่คาดว่าน่าจะมีตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยประมาณ 42.5 กม./ลิตร... น่าสนใจว่าเมื่อถูก EPA ทดสอบจะเหลือตัวเลขเท่าไหร่?

VIA มั่นใจว่าจังหวะการสตาร์ทหรือดับเครื่องยนต์ในระหว่างสลับโหมดเพื่อชาร์จแบตฯ จะนุ่มนวลจนผู้ขับไม่สามารถจับสังเกตุได้ "ทางเดียวที่คุณจะรู้ว่าเครื่องยนต์ทำงานหรือไม่ทำงาน ก็คือการเหลือบตาไปมองการแสดงผลสถานะที่ iPad" Mr. George Prokos ผู้จัดการฝ่ายการบริการและรับประกันของ VIA กล่าว

VIA ยังไม่เปิดเผยราคาจำหน่าย และกำหนดการสัมผัสโชว์รูมในเวลานี้ ที่แน่ๆ ราคาน่าจะสูงพอสมควรเมื่อเทียบกับ Chevrolet Silverado ใหม่ รวมทั้ง VTRUX เวอร์ชั่นเดิม ที่ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์ว่า ราคาจำหน่ายเริ่มต้นอาจจะอยู่ที่ประมาณ 79,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 2.4 ล้านบาท

นอกจาก X-Truck แล้ว ในงานเดียวกันนี้ VIA ยังเปิดตัวเอสยูวีรุ่นปรับปรุงของ VTRUX Suburban ในชื่อใหม่ VIA Presidential ซึ่งใช้พื้นฐานของ Chevrolet Suburban และใช้ระบบขับเคลื่อน eREVs ด้วย ขาดไปก็แต่เพียง VTRUX Van หรือรถแวนไฟฟ้าเพียงรุ่นเดียว ซึ่งตามหมายกำหนดการเดิมจะเปิดตัวพร้อมกัน

"เท่าที่ผมรู้ ยังไม่มีใครมีรถปิคอัพขับเคลื่อน 4 ล้อแบบเสียบปลั๊กในตอนนี้" Bob Lutz กล่าว "ไอเดียของเราก็คือ การนำเสนออะไรบางอย่างที่แตกต่างจากรถ extended-range ที่มีอยู่ในตลาด"

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #94 เมื่อ: 28 มกราคม 2013 - 10:04:38 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 28 มกราคม 2556



เครื่องยนต์ญี่ปุ่นครองแชมป์น่าใช้งานมากที่สุด หลายแบรนด์เยอรมันรั้งท้าย!!!

บริษัทวิจัยตลาดของประเทศอังกฤษ Warranty Direct เปิดเผยผลสำรวจบริษัทรถยนต์ที่สามารถผลิตเครื่องยนต์ที่มีคุณภาพน่าเชื่อถือมากที่สุด ผลปรากฏว่าขุมพลังของ Honda ได้รับการยกย่องว่ามีความทนทานมากที่สุด โดยมีเปอร์เซ็นต์ความล้มเหลวหรือ failure rate เพียง 0.29% เท่านั้น

Toyota และ Mercedes-Benz ตามมาไม่ไกลนักโดยมีอัตราส่วนความล้มเหลวเพียง 0.58% และ 0.84% ตามลำดับ ขณะที่ Volvo อยู่อันดับสี่ที่ 0.90% และอันดับห้า Jaguar 0.98%

สำหรับค่ายรถที่ติดอันดับสุดท้ายได้แก่ MG Rover ซึ่งผลิตเครื่องยนต์คุณภาพต่ำที่สุด มีคะแนนความล้มเหลว 7.88% Audi และ MINI อยู่ในกลุ่มท้ายเช่นกันโดยมีอัตราส่วนความล้มเหลวที่ 3.71% และ 2.51% ตามลำดับ ขณะที่ Saab 2.49% และ Vauxhal 2.46% ก็ถูกจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่มเครื่องยนต์คุณภาพน้อยเช่นกัน

Warranty Direct บอกว่า การสำรวจข้อมูลดังกล่าวใช้ความเห็นจากผู้บริโภคและประมวลค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเปรียบเทียบกันด้วย ยิ่งมีเสียงวิจารณ์ในด้านลบและค่าบำรุงรักษาแพงก็จะมีความล้มเหลวมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

Credit By : www.autospinn.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #95 เมื่อ: 29 มกราคม 2013 - 09:52:56 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 29 มกราคม 2556



NISSAN MOTOR THAILAND
ประกาศความสำเร็จผลิตรถทะลุ 2 ล้านคัน

บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความสำเร็จ ยอดการผลิตจากโรงงาน นิสสัน บางนา ครบจำนวน 2 ล้านคันในเดือนมกราคม 2556 นี้

มร. ทาคายูกิ คิมูระ ประธานกรรมการ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "เราต้องขอขอบคุณลูกค้าที่เชื่อมั่น และเลือกใช้แบรนด์นิสสัน จนทำให้เกิดสถิติใหม่ของการผลิตรถยนต์ของนิสสัน"

"เศรษฐกิจในประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยนิสสันก็นับเป็นหนึ่งในส่วนที่ช่วยผลักดัน และการที่เราสามารถบรรลุยอดการผลิตนี้ได้ นับเป็นผลสำเร็จที่น่ายินดีของชาวนิสสันอีกด้วย และเพื่อเป็นการตอกย้ำในพันธสัญญาที่มีต่อการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เรายังได้ประกาศการลงทุนเพิ่มอีก 11,000 พันล้านบาท เพื่อสร้าง โรงงานแห่งที่ 2 ซึ่งตั้งอยู่ ณ กม 22 บางนา-ตราด จ.สมุทรปราการ"

"ช่วงเริ่มต้นของการเปิดดำเนินการในเดือนสิงหาคม 2557 กำลังการผลิตของนิสสันจะเพิ่มขึ้น 75,000 คัน และจะเพิ่มเป็น 150,000 คันต่อปี โดยปัจจุบัน นิสสัน มีกำลังการผลิตที่ 220,000 คันต่อปี และเมื่อรวมกับกำลังการผลิตของโรงงานแห่งใหม่ ที่จะพร้อมเปิดดำเนินการในอีกไม่กี่ปีนี้ นิสสันจะมีกำลังการผลิตทั้งสิ้น 370,000 คันต่อปี"

นิสสันเริ่มดำเนินการผลิตครั้งแรกในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2506 โดยปัจจุบัน นิสสัน มีรถยนต์และรถกระบะทำตลาดในประเทศทั้งหมด 7 รุ่น และได้ทำการผลิตเพื่อส่งออก นอกจากนี้ นิสสัน ยังคงความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์อีโค คาร์ ในตลาดอย่างต่อเนื่อง

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #96 เมื่อ: 01 กุมภาพันธ์ 2013 - 08:29:05 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2556



MAZDA
เตรียมเปิดโรงงานผลิตเกียร์อัตโนมัติ SkyActiv-Drive ในประเทศไทย

มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประกาศเพิ่มการลงทุนครั้งใหญ่ในประเทศไทย เตรียมสร้างโรงงานแห่งใหม่เพื่อทำการผลิตชุดเกียร์อัตโนมัติเป็นแห่งที่ 2 ของ มาสด้า ที่ใหญ่สุด และทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ณ จังหวัดชลบุรี ด้วยเงินลงทุน 26,000 ล้านเยน หรือกว่า 10,000 ล้านบาท เพื่อทำการผลิตเกียร์อัตโนมัติ SKYATIV-DRIVE ด้วยกำลังการผลิตที่สูงถึง 400,000 ยูนิต ซึ่งการผลิตเกียร์ในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของ มาสด้า หรือ SKYATIV TECNOLOGY โดยจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ และเริ่มสายการผลิตได้ในช่วงปลายของปีงบประมาณ 2559 หรือประมาณเดือนมีนาคม

โรงงานผลิตเกียร์อัตโนมัติแห่งใหม่นี้ เป็นการลงทุนโดย บริษัท มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น 100% ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกับโรงงาน ออโต้อัลลายแอนซ์ (AutoAlliance (Thailand) Co., Ltd.) หรือ เอเอที ซึ่งเป็นโรงงานผลิตรถยนต์ มาสด้า ร่วมกับพันธมิตร โดยอยู่งออกไปทางด้านทิศเหนือประมาณ 5 กิโลเมตร

โรงงานแห่งใหม่จะทำการผลิตเกียร์อัตโนมัติ SKYACTIV-DRIVE ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยี สกายแอคทีฟ พื่อป้อนเข้าสู่โรงงาน เอเอที และสำหรับส่งออกสู่ตลาดทั่วโลก

มร. ทาคาชิ ยามานูชิ ประธานคณะกรรมการบอร์ด, ประธานและเจ้าหน้าที่บริหาร มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า มาสด้า ใช้กลยุทธ์การสร้างและขยายฐานการผลิตให้มีความแข็งแกร่ง เพื่อรองรับตลาดทั่วโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อให้บรรลุยอดขาย 1.7 ล้านคัน ภายในสิ้นปีงบประมาณ 2559 หรือภายในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2559

โรงงาน โฮฟุ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่เมืองนาคาโนะเซกิ ประเทศญี่ปุ่น ยังคงเป็นโรงงานหลักสำหรับการผลิตเกียร์อัตโนมัติ แต่เนื่องจากความต้องการของรถยนต์ มาสด้า ที่ใช้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟในตลาดเพิ่มสูงขึ้นมากอย่างรวดเร็ว มาสด้า จึงตัดสินใจเพิ่มการลงทุนเพื่อสร้างโรงงานผลิตเกียร์อัตโนมัติเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งแห่ง ณ จังหวัดชลบุรี ในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นโรงงานผลิตเกียร์อัตโนมัติหลักเป็นแห่งที่ 2 เพื่อรองรับความต้องการ และเพิ่มขีดความสามารถในการผลิต รวมถึงการบริหารจัดการการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการในตลาด ที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

"เราจะใช้ความรู้ความชำนาญ และประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้จาก โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย เพื่อให้แน่ใจถึงความสำเร็จของการตั้งโรงงานแห่งใหม่ของเราในครั้งนี้ และเชื่อมั่นว่าจะได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากลูกค้าชาวไทย" •

ข้อมูลสำหรับโรงงานแห่งใหม่ของ Mazda ในประเทศไทย
ชื่อบริษัท Mazda Powertrain Manufacturing (Thailand) Co., Ltd. (MPMT)
สถานที่ตั้ง จังหวัดชลบุรี ประเทศไทย
จำนวนเงินลงทุน 26,000 ล้านเยน หรือประมาณ 10,000 ล้านบาท
ผู้ถือหุ้น มาสด้า 100%
ธุรกิจหลัก ผลิตเกียร์อัตโนมัติสำหรับรถยนต์มาสด้า
จำนวนพนักงาน ประมาณ 500 คน

Credit By: www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #97 เมื่อ: 05 กุมภาพันธ์ 2013 - 10:16:55 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 5 มกราคม 2556


Thanks: ฝากรูป

Ford Fiesta และ Honda City คว้า 5 ดาวการทดสอบความปลอดภัย ASEAN NCAP

สถาบันวิจัยความปลอดภัยบนถนนแห่งชาติมาเลเซีย (MIROS) เปิดเผยผลการทดสอบความปลอดภัยยานยนต์รุ่นใหม่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือ ASEAN NCAP (ASEAN New Car Assessment Programme) โดยมีรถใหม่ที่จำหน่ายในตลาดปัจจุบันทั้งหมด 8 คันถูกทดสอบการชนด้านหน้าแบบเยื้องที่ความเร็ว 64 กม./ชม. ผลการทดสอบถูกแบ่งออกเป็นระดับตั้งแต่หนึ่งถึงห้าดาว

สำหรับรถรุ่นใหม่ที่คว้าห้าดาวเต็มได่แก่ Ford Fiesta และ Honda City ตามมาด้วยระดับสี่ดาวคือ Toyota Vios และ Nissan March

Proton Saga FLX และ Perodua Myvi SX ได้คะแนนสามดาว Hyundai i10 คว้าสองดาว ส่วนที่ได้ดาวเดียวซึ่งถือว่ามีความปลอดภัยต่ำมากคือ Proton Saga Standard

รถทั้งหมดถูกทดสอบระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน 2555 ถึงช่วงสิ้นเดือนมกราคม 2556 โดยรถส่วนใหญ่ผลิตในมาเลเซีย ยกเว้น Ford Fiesta และ Nissan March ที่ขึ้นสายการผลิตในประเทศไทย

สำหรับรถที่ได้คะแนนสูงสุดห้าดาวนั้นจะต้องมีถุงลมนิรภัยอย่างน้อยสองลูก มีระบบรักษาเสถียรภาพการทรงตัวและระบบแจ้งเตือนให้คาดเข็มขัดนิรภัย เพราะหากไม่มีฟีเจอร์เหล่านี้ก็จะได้เพียงแค่สี่ดาวเท่านั้น


Credit By: www.Autospinn.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #98 เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์ 2013 - 08:38:34 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2556



Toyota เบียด GM คืนบัลลังก์เบอร์หนึ่งโลกอย่างเป็นทางการ Volkswagen รั้งอันดับสาม

เวบไซต์ข่าวยานยนต์ TheDetroitBureau.com รายงานว่า Toyota ได้ทวงบังลังก์ค่ายรถยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่งของโลกในด้านยอดขายกลับคืนมาอย่างเป็นทางการแล้ว โดยสามารถขายรถได้มากถึง 9.75 ล้านคันในปี 2012 ที่ผ่านมา นำหน้า General Motors ที่มีตัวเลขยอดขาย 9.29 ล้านคัน ขณะที่อันดับสามคือ Volkswagen มียอดขาย 9.1 ล้านคันเมื่อปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นยังคงพลาดเป้ายอดขายที่กำหนดไว้เมื่อต้นปี 2012 สาเหตุหลักมาจากข้อพิพาทการเมืองกับประเทศจีน ทำให้ลูกค้าแดนมังกรบอยคอต ลดการซื้อสินค้าทุกประเภทจากญี่ปุ่น ส่งผลต่อธุรกิจแทบทุกประเภท

Toyota เคยตกไปอยู่อันดับสามเมื่อปี 2011 หลังประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหวและสึนามิครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี ทำให้ต้องปิดโรงงานผลิตไปถึงเจ็ดแห่งในเวลานั้น
สำหรับในตลาดบ้านเกิดประเทศญี่ปุ่น Toyota กวาดยอดขายถล่มทลายปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2011 ถึง 35% โดยมีตัวเลขอยู่ที่ 2.4 ล้านคัน ขณะที่ยอดขายทั่วโลกขยายตัว 23% อยู่ที่ 7.3 ล้านคัน ผลพวงจากยอดขายที่ก้าวกระโดดของรถไฮบริดอย่าง Prius

ยอดขายที่เพิ่มขึ้นของ Toyota ยังมีที่มาจากความต้องการซื้อของลูกค้าในสหรัฐอเมริกาที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงค่าเงินเยนที่อ่อนตัวลงด้วย

ขณะที่ในปี 2013 นี้ Toyota คาดการณ์ยอดขายไว้ที่ 9.91 ล้านคัน ขณะที่ GM และ Volkswagen ยังไม่เปิดเผยเป้าจำหน่ายแต่อย่างใด

Credit : www.autospinn.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

aeroklas
Sponsor
Black Label
*

ระดับแอลกอฮอล์ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 472

HJC ID : 47113



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #99 เมื่อ: 08 กุมภาพันธ์ 2013 - 09:36:48 »

ข่าวสารช่วงเช้าวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2556



CHEVROLET
เริ่มต้นปี 2556 ด้วยยอดขายอันแข็งแกร่ง เติบโต 59 เปอร์เซ็นต์

บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ทำยอดขายเดือนแรกของปี 2556 อย่างแข็งแกร่งด้วยตัวเลข 6,039 คัน เพิ่มขึ้น 59 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปี 2555 ซึ่งเป็นปีที่มียอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์

Chevrolet Colorado ยังคงเป็นรถที่มียอดขายสูงสุด ด้วยตัวเลขที่ 2,476 คัน ตามมาด้วย Chevrolet Sonic (1,689 คัน) Chevrolet Trailblazer (694 คัน) Chevrolet Captiva (618 คัน) Chevrolet Cruze (504 คัน) และ Chevrolet Aveo (58 คัน)

สำหรับในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เชฟโรเลต สามารถสร้างยอดขายอันแข็งแกร่งเช่นกันในทุกประเทศ ในอินโดนีเซีย เชฟโรเลต มียอดขาย 452 คัน (เพิ่มขึ้น 48 เปอร์เซ็นต์) มาเลเซีย มียอดขาย 155 คัน (เพิ่มขึ้น 29 เปอร์เซ็นต์) ฟิลิปปินส์ ยอดขาย 377 คัน (เพิ่มขึ้น 48 เปอร์เซ็นต์) และสิงคโปร์ 187 คัน (เพิ่มขึ้น 36 เปอร์เซ็นต์) รวมทั้งหมดแล้ว เชฟโรเลต มียอดขายทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ที่ 7,424 คัน ขยายตัวสูงขึ้น 60 เปอร์เซ็นต์จากเดือนมกราคม 2555

เพื่อรักษาอัตราการเติบโตเช่นนี้ในปี 2556 เชฟโรเลต จะมุ่งเน้นที่การพัฒนามาตรฐานคุณภาพผลิตภัณฑ์และการบริการ ขณะเดียวกันยังเดินหน้าแผนการขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกสบาย และมอบการบริการลูกค้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป นอกจากนี้ยังเตรียมการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง Chevrolet Spin ในงาน มอเตอร์โชว์ 2556 ที่กำลังมาถึง

สำหรับในประเทศไทย เชฟโรเลต เตรียมเปิดศูนย์ผู้แทนจำหน่ายใหม่อีก 2 แห่งในจังหวัดนครปฐม (อำเภอเมือง และอำเภออ้อมใหญ่) และอีกหนึ่งแห่งในจังหวัดบึงกาฬ

มร. กุสตาโว โคลอซซี รองประธานฝ่ายขาย การตลาดและบริการหลังการขายประจำประเทศไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คนใหม่ของบริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "นับเป็นการเริ่มต้นปีด้วยยอดขายที่ดีเยี่ยม โดยเฉพาะการสานต่อความสำเร็จจากปี 2555 แต่เรายังมีงานต้องทำอีกมากมาย ไม่ใช่เพียงในประเทศไทย แต่รวมถึงทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าเราจะต่อยอดการเติบโตให้สูงยิ่งขึ้นไปอีก"

"ในขณะที่เราพยายามรักษาอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่อง เรายังมุ่งเน้นที่การพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ และการดูแลลูกค้า ซึ่งจะต้องมีมาตรฐานสูงตลอดเวลา"

Credit : www.motortrivia.com
สามารถรับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand
บันทึกการเข้า

สามารถรับชมข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/aeroklasthailand

หน้า: 1 [2] 3 4
พิมพ์
กระโดดไป: