Honda Jazz Club :: สวัสดี !

** Register Honda Jazz club ท่านใดต้องการสมัครทำดังนี้...**

   



หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: MC ปี 2011 เติม e85 เพียวๆ ควรเปลี่ยนหัวฉีด K20 ไหมครับ  (อ่าน 8175 ครั้ง)
khisiran
Green Label
****

ระดับแอลกอฮอล์ 41
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 670

HJC ID : 52268



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 27 สิงหาคม 2014 - 13:01:08 »

รถ Jazz MC ออกปี 2011 เกียร์ออโต้ ลองเติม E85 มาเริ่มตั้งแต่ผสมครึ่งๆ ,70:30 75:25 จนถึง การเติมเพียวๆ และใช้งานต่อเนื่อง 4,000 กิโลเมตร ไฟเครืองยนต์ ยังไม่เคยโชว์ ปัจจุบัน เริ่มมีปั๊ม E85 ในทางผ่านมากขึ้น แล้วก็เลยอยากใช้ E85 แบบเพียวๆ ไปยาวๆ ที่ผ่านมาเติมผสมปนกับ e10 91, กับ e20 สลับไปมา ยังไม่ได้เป็นแบบเพียวๆ 10,000 หรือ 20,000 โล

แต่ผมไปลองหาข้อมูลว่า ช่วง open loop ซัดรอบสูงๆ หนักๆ ได้ข้อมูลว่าจะเป็นช่วงที่ส่วนผสมของน้ำมันจะบางเกิน อาจจะทำให้ในระยะยาวเครื่องพังได้
ซึ่งผมก็มีขับแบบลักษณะนี้บ้าง แต่ไม่ได้แช่ที่รอบสูงค้างนานๆ นะ จะมีตอนจังหวะเร่งแซงบ้าง หรือเร่งตอนกลับรถ เพราะเกรงใจคันหลังที่วิ่งมาเร็ว  เป็นต้น  แต่จะใช้รอบสูงเป็นห้วงสั้นๆ พอความเร็วสูงขึ้น รอบเครื่องก็จะลดลงอยู่แล้ว

ส่วนตัวผมมองว่า การเปลี่ยนหัวฉีดช่วยได้ในส่วนเครืองยนต์แน่นอน แต่อุปกรณ์อื่นๆ เช่นท่อทางเดิน และชิ้นส่วนอื่นๆ ที่ E85 วิ่งผ่าน หรือจมอยู่ใน E85 ซึ่งอาจจะทน E85 ได้ เท่าที่หาข้อมูลมา เห็นบางคนเติมมาหลายหมื่นโลแล้วก็มี ก็ยังไม่เจอเคสที่เจอปัญหารุนแรงอันตรายมากนัก แต่ในระยะยาว ก็อาจจะไม่มีใครรับประกันตรงนี้ได้ เพราะทางบริษัทไม่ได้แจ้งว่าใช้งานได้ตั้งแต่โรงงาน

อยากสอบถามว่า เพื่อนๆ ในนี้มีใครใช้รุ่นเดียวกัน หรือรุ่นปีใกล้เคียง แล้วเติม E85 ไฟเครื่องไม่โชว์ โดยยังไม่ได้ทำอะไรกับรถเลยบ้างไหม
แล้วเพื่อนๆ คิดว่าจะไปเปลี่ยนหัวฉีดเพื่อให้ส่วนผสมน้ำมันหนาขึ้น เพื่อป้องกันเครื่องพังหรือไม่ครับ เพราะค่าเปลี่ยนหัวก็ไม่แพงมากนัก 3,000 บาทก็ได้ของใหม่เลยรวมค่าแรงเปลี่ยนแล้วด้วย

ข้อจำกัดที่ค้นหามาได้คือ ถ้าเปลี่ยนหัวฉีดแล้ว การเติม e10 95, หรือ e10 91 จะทำให้ส่วนผสมหนาเกินไป เติมได้แต่ e20 และเป็นไปได้ต้องรีบหาเติม e85 ถึงจะใช้งานได้สมบูรณ์ และมีประสิทธิภาพดีที่สุด
บันทึกการเข้า

Fit Horn, Radio Control Switch on steering, Time-adjustable Windshield Wiper, Rear Flashing Light, ON-OFF Light Switch at Trunk Lamp, LED in [Dome, Trunk, Key-Hole, Parking Lamp], LED 12 dots 3rd Brake Lamp, Pivot 3-Drive AC Th, Magic(rigid) Collar,Summit Middle Lower Bar, R20 10-holes fuel injector,

Guitarking
น้ำส้มคั้น
*

ระดับแอลกอฮอล์ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3

HJC ID : 44177


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: 27 สิงหาคม 2014 - 16:22:14 »

น่าสนใจมากครับ รอฟังด้วยอีกคน Handsome
บันทึกการเข้า

PISIT.P@BANGNA TEAM
น้ำส้มคั้น
*

ระดับแอลกอฮอล์ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 29

HJC ID : 51603



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: 05 กันยายน 2014 - 13:28:13 »

ตอนนี้ผมเติม เพียวยังไม่มีไรครับ รอมีก่อนค่อยซ่อม การลงทุนคือความเสี่ยง อ่ะพี่ผมคิดแบบนั้นเลย 555
บันทึกการเข้า

khisiran
Green Label
****

ระดับแอลกอฮอล์ 41
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 670

HJC ID : 52268



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 05 กันยายน 2014 - 13:57:54 »

ตอนนี้ผมเติม เพียวยังไม่มีไรครับ รอมีก่อนค่อยซ่อม การลงทุนคือความเสี่ยง อ่ะพี่ผมคิดแบบนั้นเลย 555

ผมก็เติมเพียวครับ เพียงแต่เข้ามาถามความเห็น คนที่กำลังจะเปลี่ยนหัวฉีด หรือเปลี่ยนไปแล้ว
วัดจากที่เติมเต็มกลับไป 35 ลิตร จับระยะที่วิ่งได้ 260 กิโลเมตร เองครับ ~ 7.5 กม ลิตร รถไม่ติดได้ประมาณ 9 กม. (ออก ตจว. )
SHORT Fuel Trim +45
บันทึกการเข้า

Fit Horn, Radio Control Switch on steering, Time-adjustable Windshield Wiper, Rear Flashing Light, ON-OFF Light Switch at Trunk Lamp, LED in [Dome, Trunk, Key-Hole, Parking Lamp], LED 12 dots 3rd Brake Lamp, Pivot 3-Drive AC Th, Magic(rigid) Collar,Summit Middle Lower Bar, R20 10-holes fuel injector,

bilamos@MC Club
Gold Label
*****

ระดับแอลกอฮอล์ 66
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1259

HJC ID : 61521



ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: 27 กันยายน 2014 - 01:26:52 »

ตอนนี้ผมเติม เพียวยังไม่มีไรครับ รอมีก่อนค่อยซ่อม การลงทุนคือความเสี่ยง อ่ะพี่ผมคิดแบบนั้นเลย 555

ผมก็เติมเพียวครับ เพียงแต่เข้ามาถามความเห็น คนที่กำลังจะเปลี่ยนหัวฉีด หรือเปลี่ยนไปแล้ว
วัดจากที่เติมเต็มกลับไป 35 ลิตร จับระยะที่วิ่งได้ 260 กิโลเมตร เองครับ ~ 7.5 กม ลิตร รถไม่ติดได้ประมาณ 9 กม. (ออก ตจว. )
SHORT Fuel Trim +45

ตอบจากที่ใช้งานมา 2 ปีเต็มที่เพรียวๆ ไม่มีผสมนะครับ เปลี่ยนหัวฉีดสิ้นเปลืองมากขึ้นแน่นอนถ้าจะถามตรงนี้ด้วยนะครับเพราะจำนวนรูของหัวฉีดมากกว่าเดิมระยะการยกมันมากกว่าอยู่แล้วบวกรูหัวฉีดก็เปลืองถามไปละกันคิดว่าน่าจะรู้อยู่แล้วผลที่ได้คือเร่งอัดได้ดีขึ้นเหมือน 91 หรือเบนซินเพรียวๆ

มาถึงเรื่องระยะทางผมขับจากบางซื่อไปลาดพร้าววันละ 2 รอบเฉลี่ยวันละ 60 กิโลเติมเต็มถังก็ราวๆ 36 ลิตรเลยเพราะเกือบหมดเหมือนกันวิ่งได้ 260 กิโลแล้วก็เติม 34 บ้าง 32 บ้างคือกะเติมแบบหมดๆ เลย ต่างจังหวัดระยะทาง 360 กิโล รถไม่ค่อยติดมีติดบ้างตามสัญญาณไฟกับรถมาก วิ่งด้วยความเร็ว 70-110 แล้วแต่ช่วงคงที่ ที่ 90 วิ่งได้ระยะทาง 560 กิโล บางจาก E85 ถ้าเหยียบ 110 ก็จะได้ระยะทาง 500 เติมกลับ 36 ลิตร ตามนี้นะครับ

จำได้ว่ารถออกไล่ๆ กันเลยนะครับ อ่อไฟเครื่องผมไม่โชว์นะครับเหยียบ 140 ก็ไม่โชว์ขึ้นได้ปกติเลยไม่มีปัญหาอะไร แต่ปกติก็ 110 ไม่ได้ทำอะไรเดิมๆ เลย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 กันยายน 2014 - 01:28:28 โดย bilamos@MC Club » บันทึกการเข้า

khisiran
Green Label
****

ระดับแอลกอฮอล์ 41
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 670

HJC ID : 52268



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 09 ตุลาคม 2014 - 12:58:08 »

ตอนนี้ผมเติม เพียวยังไม่มีไรครับ รอมีก่อนค่อยซ่อม การลงทุนคือความเสี่ยง อ่ะพี่ผมคิดแบบนั้นเลย 555

ผมก็เติมเพียวครับ เพียงแต่เข้ามาถามความเห็น คนที่กำลังจะเปลี่ยนหัวฉีด หรือเปลี่ยนไปแล้ว
วัดจากที่เติมเต็มกลับไป 35 ลิตร จับระยะที่วิ่งได้ 260 กิโลเมตร เองครับ ~ 7.5 กม ลิตร รถไม่ติดได้ประมาณ 9 กม. (ออก ตจว. )
SHORT Fuel Trim +45

ตอบจากที่ใช้งานมา 2 ปีเต็มที่เพรียวๆ ไม่มีผสมนะครับ เปลี่ยนหัวฉีดสิ้นเปลืองมากขึ้นแน่นอนถ้าจะถามตรงนี้ด้วยนะครับเพราะจำนวนรูของหัวฉีดมากกว่าเดิมระยะการยกมันมากกว่าอยู่แล้วบวกรูหัวฉีดก็เปลืองถามไปละกันคิดว่าน่าจะรู้อยู่แล้วผลที่ได้คือเร่งอัดได้ดีขึ้นเหมือน 91 หรือเบนซินเพรียวๆ

มาถึงเรื่องระยะทางผมขับจากบางซื่อไปลาดพร้าววันละ 2 รอบเฉลี่ยวันละ 60 กิโลเติมเต็มถังก็ราวๆ 36 ลิตรเลยเพราะเกือบหมดเหมือนกันวิ่งได้ 260 กิโลแล้วก็เติม 34 บ้าง 32 บ้างคือกะเติมแบบหมดๆ เลย ต่างจังหวัดระยะทาง 360 กิโล รถไม่ค่อยติดมีติดบ้างตามสัญญาณไฟกับรถมาก วิ่งด้วยความเร็ว 70-110 แล้วแต่ช่วงคงที่ ที่ 90 วิ่งได้ระยะทาง 560 กิโล บางจาก E85 ถ้าเหยียบ 110 ก็จะได้ระยะทาง 500 เติมกลับ 36 ลิตร ตามนี้นะครับ

จำได้ว่ารถออกไล่ๆ กันเลยนะครับ อ่อไฟเครื่องผมไม่โชว์นะครับเหยียบ 140 ก็ไม่โชว์ขึ้นได้ปกติเลยไม่มีปัญหาอะไร แต่ปกติก็ 110 ไม่ได้ทำอะไรเดิมๆ เลย

ที่ผ่านมาช่วงที่อยากทดลอง ก็เติมสดเพียวๆ ติดกันเกิน 4 พันกิโล ไฟเครื่องผมไม่เคยโชว์ครับ หลังๆ ก็มีเติมสด บ้าง ผสมบ้าง รวมๆ แล้วน่าจะถึง หมื่นโล
แต่เติมเพียวใช้หัวฉีดเดิม ส่วนผสมน่าจะไม่ค่อยโอ ค่า STFT +45 ซึ่งเท่าที่ค้นข้อมูลมาไม่ค่อยดีต่อเครื่องในระยะยาวเท่าไรครับ

ตอนนี้ผมจัดหัวฉีดเปลี่ยนไปเรียบร้อย ช่างคนขายบอกเป็นแบบ R20 10 รู ของ CRV/Civic บ้านเรา ปลั๊กตรงกันไม่ต้องแปลงใส่ GE ได้
เห็นที่เขานิยมกันเป็นตัว K20 ซึ่งหาข้อมูลมาว่า ฉีดน้ำมันมากกว่า R20 จำนวนรูน้อยกว่า ถ้าจะต่อยอดถึงกล่องจูน เพื่อให้ได้สมรรถนะ อัตราเร่งแซง จะจบกว่า
แต่เหตุผลที่เลือก R20 ช่างคนขายให้ข้อมูลว่า ถ้าขับไม่ซิ่ง ไปเรื่อยๆ ไม่ต้องการอัตราเร่ง ไม่จูนกล่องเพิ่ม R20 ฉีดน้ำมันน้อยกว่า K20 (แต่ก็มากกว่าหัวฉีดเดิมใน GE) จะช่วยให้ฉีดน้ำมันได้หนาขึ้น ดีกว่าหัวเดิม สมรรถนะดีกว่าเดิม ปลอดภัยต่อเครื่องมากกว่า

หลังเปลี่ยนแล้ว รู้สึกได้ว่า

ขับแล้วเวลาเร่งอืดน้อยลงกว่าเดิมนิด
สตาร์ทตอนเครื่องเย็น เสียงลากยาวน้อยลงนิดนึง

ตอนนี้พยายามขับแบบเร่งเนียนๆ เบาๆ ถ้าจำเป็นต้องเร่งแซง หรือเร่งให้พ้นค้นหลังตอนเปลี่ยนเลน หรือกลับรถ จะไม่กดคันเร่งลึกแบบรุนแรง ถ้าต้องกดจริงๆ มากสุดแล้ว เผื่อๆ ไว้เต็มที่ไม่ให้เกิน 3,500 รอบ แต่ปกติน่าจะแค่ 3,000 รอบ แต่ก็จะเป็นการเร่งแบบรุนแรง โดยในระยะเวลาไม่เกิน 30 วินาที

ปัญหาที่อาจพบหลังเปลี่ยนหัวฉีด
เคยเห็นมีคนมาโพสต์ว่า เปลี่ยนหัวฉีดแล้ว AVG เพี้ยนไม่ตรง ผมว่าจะลองถอดแบต reset อีกทีตอนที่เป็น e85 เพียวๆ ในถังที่ 3-4 หลังจากเปลี่ยนหัวฉีดไป ซึ่ง ECU น่าจะทำความคุ้นเคยกับปริมาณน้ำมันจากหัวฉีดใหม่ได้แล้ว เพื่อดูว่า AVG หน้าจอกับอัตราสิ้นเปลืองจากการคำนวณจริงเพี้ยนหรือไม่

อัตราการสิ้นเปลืองคำนวณจริง เขาว่ากันว่าฉีดมากขึ้น ก็น่าจะต้องเปลืองน้ำม้นมากขึ้น เดี๋ยวต้องพิสูจน์คำนวณกันอีกที ว่าอัตราสิ้นเปลือง km/l คำนวณเป็น บาท/กม. คุ้มค่าหรือไม่กับการลงทุน
บันทึกการเข้า

Fit Horn, Radio Control Switch on steering, Time-adjustable Windshield Wiper, Rear Flashing Light, ON-OFF Light Switch at Trunk Lamp, LED in [Dome, Trunk, Key-Hole, Parking Lamp], LED 12 dots 3rd Brake Lamp, Pivot 3-Drive AC Th, Magic(rigid) Collar,Summit Middle Lower Bar, R20 10-holes fuel injector,

bbgun
Gold Label
*****

ระดับแอลกอฮอล์ 96
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1136

HJC ID : 33081



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: 09 ตุลาคม 2014 - 18:44:25 »

ติดตามด้วยคนครับ
บันทึกการเข้า

S MT 2009


bilamos@MC Club
Gold Label
*****

ระดับแอลกอฮอล์ 66
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1259

HJC ID : 61521



ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: 10 ตุลาคม 2014 - 22:22:51 »

ถ้าขับเกิน 120 น่าจะมีผล +45 แน่นอน แต่ผมยังไม่ถึงนะรูเดิมอัตราจ่ายที่พอเพียงน่าจะอยู่ที่ความเร็วไม่เกิน 110 นะครับ แต่หลังๆ ผมก็เติม ำ20 สลับบ้าง
บันทึกการเข้า

khisiran
Green Label
****

ระดับแอลกอฮอล์ 41
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 670

HJC ID : 52268



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 26 ตุลาคม 2014 - 00:50:16 »

หลังจากเปลี่ยนหัวฉีด R20 ไป และเติม e85 มาได้ 2-3 ถัง มีข้อมูลการใช้งานมาแบ่งปันดังนี้

1. AVG หน้าปัทม์ กับอัตราสิ้นเปลืองจริง มีความแตกต่างกันมากขึ้นกว่าเดิมก่อนเปลี่ยนหัวฉีด ตัวอย่างที่ ทดลองวัดค่าไว้คือ

avg แสดง 12 คำนวณจริง 9.7
avg แสดง 11 คำนวนจริง 8 กว่าๆ เกือบๆ แต่ยังไม่ถึง 9
ข้อมูล AVG หน้าปัทม์เพี้ยน มีแนวโน้มสอดคล้องกับคนอื่นๆ ที่เปลี่ยนหัวฉีด แล้ว avg ไม่ตรงและมีความแตกต่างกับค่าอัตราสิ้นเปลืองที่คำนวณจริง มากกว่าตอนที่เป็นหัวฉีดเดิม ซึ่งอัตราสิ้นเปลืองจริงกับ หน้าปัทม์จะไม่ต่างกันมากเท่าไร คาดเดาว่าเกิดจาก ECU ไม่สามารถรู้ได้ถึงปริมาณน้ำมันที่ฉีดเข้าไปเพิ่มขึ้นได้ และยังคงใช้การคำนวณยึดจากปริมาณการฉีดของหัวฉีดเดิม

ณ ราคาน้ำมันตอนนี้ และการใช้งานประจำวันในเส้นทางและสภาพการจราจรของผม ค่าใช้จ่ายเติมน้ำมัน คำนวณแล้วน่าจะลดลงกว่าเดิม ที่เติม e20 อยู่ประมาณกิโลเมตรละ 50 สต. แต่ก็ยังไม่ต่ำว่า 2 บาทต่อกิโลเมตร ตีซะว่า 2.3-2.6 บาท แบบหยาบๆ คงต้องลองตอนที่มีโอกาส ออก ตจว. วิ่งทางไกลๆ ยาวๆ วิ่งไม่เกิน 110 นิ่งๆ แล้วคำนวณจริงอีกทีว่าจะได้ 1.x บาทต่อกิโลได้หรือไม่

2. เสียงสตาร์ทตอนเช้า ตอนเครื่องเย็น เสียงลากยาวลดลง (แต่ผมบิดกุญแจก่อนแก๊กสุดท้าย และรอจน ไฟเครื่องดับไปก่อน แล้วค่อยบิดเพื่อสตาร์ทเครื่อง น่าจะประมาณ 20 วินาที หรือเปล่าไม่แน่ใจ วิธีนี้ได้จากการคุยกันคนที่ใช้งาน e85 อยู่ใน jazz jp ที่ไปเปลี่ยนหัวฉีดแล้ว ซึ่งถ้าเทียบกับตอนก่อนเปลี่ยนหัว ที่ก่อนบิดสตาร์ทก็รอจนไฟเครืองดับเหมือนกัน หลังเปลี่ยนหัวฉีดแล้วก็ยังรู้สึกได้ว่าเสียงลากยาวตอนสตาร์ทต่างกันอยู่ครับ คือน้อยลงกว่าเดิมแบบรู้สึกได้)

3. ค่า STFT ตอนที่ขับแบบธรรมดา ไม่กดหนัก ส่วนตอนกดหนักๆ ยังไม่เคยจับวัดครับ

ตอนที่เป็น e20 เพียวๆ จะอยู่ที่ ไม่ต่ำกว่า -10 น่าจะ -7 ถึง -8 (หัวฉีดเดิม +25 ไม่เกินนี้ คร่าวๆ ที่พอจำได้)
ตอนที่เป็น e85 เพียวๆ จะอยู่ทีประมาณไม่เกิน +25 (หัดฉีดเดิม +45)
ถ้าผสม e20 กับ e85 ในอัตราส่วนที่เหมาะสม น่าจะสามารถทำให้ STFT เป็นค่ามากกว่าศูนย์ คือเป็น + นิด ๆ ไม่ให้เกิน +10 น่าจะส่งผลดีต่อเครื่องยนต์ในรีะยะยาว ประมาณการณ์ไว้ว่านะจะประมาณ e85:e20 เป็น 3 ต่อ 1 แต่ยังไม่ได้ทดลองจับวัดและหาส่วนผสมแบบจริงจัง

4. การขับขี่รู้สึกได้ว่า ถ้าจะให้พุ่งด้วยอัตราเร่งเท่าเดิม จะเหยียบคันเร่งลึกน้อยกว่าเดิม ตอบสนองดีขึ้น อืดน้อยลงกว่าเดิม (ไม่รู้เกี่ยวกับ เปลี่ยนน้ำมันเครืองใหม่ ช่วยเสริมด้วยหรือไม่) กดแล้วรู้สึกว่า พุ่งกว่าตอนทียังไม่เปลี่ยนหัวฉีด อันนี้เทียบว่ากรณี e85 เพียวๆ ครับ

5. รอบสูงๆ กดหนักๆ ยังไม่ได้จับวัดค่าอะไรครับ
แต่ถ้าต้องขับเร่งเร็วๆ เช่น กด kickdown เดี๋ยวนี้ผมพยายามจะไม่ให้เกิน 4,000 rpm เฉลี่ยจะไม่ค่อยเกิน 3,000 rpm
ส่วนตัวเหมือนกับว่าพอมันตอบสนองดีขึ้น กด kickdown ไม่ต้องลึกเท่าเดิม รอบก็เลยไม่ดีดไป 5,000 -6,000 เท่าไร เพราะของเดิมกดแล้วอืด น้ำหนักการกด ก็เลยอาจจะมากไป

เพิ่มเติม - ก่อนเปลี่ยนหัวฉีด ได้ทำการเปลี่ยนกรองเบนซิน ไปแล้วก่อนหน้านั้นครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 ตุลาคม 2014 - 00:52:49 โดย khisiran » บันทึกการเข้า

Fit Horn, Radio Control Switch on steering, Time-adjustable Windshield Wiper, Rear Flashing Light, ON-OFF Light Switch at Trunk Lamp, LED in [Dome, Trunk, Key-Hole, Parking Lamp], LED 12 dots 3rd Brake Lamp, Pivot 3-Drive AC Th, Magic(rigid) Collar,Summit Middle Lower Bar, R20 10-holes fuel injector,

bilamos@MC Club
Gold Label
*****

ระดับแอลกอฮอล์ 66
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1259

HJC ID : 61521



ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: 27 ตุลาคม 2014 - 02:24:37 »

หลังจากเปลี่ยนหัวฉีด R20 ไป และเติม e85 มาได้ 2-3 ถัง มีข้อมูลการใช้งานมาแบ่งปันดังนี้

1. AVG หน้าปัทม์ กับอัตราสิ้นเปลืองจริง มีความแตกต่างกันมากขึ้นกว่าเดิมก่อนเปลี่ยนหัวฉีด ตัวอย่างที่ ทดลองวัดค่าไว้คือ

avg แสดง 12 คำนวณจริง 9.7
avg แสดง 11 คำนวนจริง 8 กว่าๆ เกือบๆ แต่ยังไม่ถึง 9
ข้อมูล AVG หน้าปัทม์เพี้ยน มีแนวโน้มสอดคล้องกับคนอื่นๆ ที่เปลี่ยนหัวฉีด แล้ว avg ไม่ตรงและมีความแตกต่างกับค่าอัตราสิ้นเปลืองที่คำนวณจริง มากกว่าตอนที่เป็นหัวฉีดเดิม ซึ่งอัตราสิ้นเปลืองจริงกับ หน้าปัทม์จะไม่ต่างกันมากเท่าไร คาดเดาว่าเกิดจาก ECU ไม่สามารถรู้ได้ถึงปริมาณน้ำมันที่ฉีดเข้าไปเพิ่มขึ้นได้ และยังคงใช้การคำนวณยึดจากปริมาณการฉีดของหัวฉีดเดิม

ณ ราคาน้ำมันตอนนี้ และการใช้งานประจำวันในเส้นทางและสภาพการจราจรของผม ค่าใช้จ่ายเติมน้ำมัน คำนวณแล้วน่าจะลดลงกว่าเดิม ที่เติม e20 อยู่ประมาณกิโลเมตรละ 50 สต. แต่ก็ยังไม่ต่ำว่า 2 บาทต่อกิโลเมตร ตีซะว่า 2.3-2.6 บาท แบบหยาบๆ คงต้องลองตอนที่มีโอกาส ออก ตจว. วิ่งทางไกลๆ ยาวๆ วิ่งไม่เกิน 110 นิ่งๆ แล้วคำนวณจริงอีกทีว่าจะได้ 1.x บาทต่อกิโลได้หรือไม่

2. เสียงสตาร์ทตอนเช้า ตอนเครื่องเย็น เสียงลากยาวลดลง (แต่ผมบิดกุญแจก่อนแก๊กสุดท้าย และรอจน ไฟเครื่องดับไปก่อน แล้วค่อยบิดเพื่อสตาร์ทเครื่อง น่าจะประมาณ 20 วินาที หรือเปล่าไม่แน่ใจ วิธีนี้ได้จากการคุยกันคนที่ใช้งาน e85 อยู่ใน jazz jp ที่ไปเปลี่ยนหัวฉีดแล้ว ซึ่งถ้าเทียบกับตอนก่อนเปลี่ยนหัว ที่ก่อนบิดสตาร์ทก็รอจนไฟเครืองดับเหมือนกัน หลังเปลี่ยนหัวฉีดแล้วก็ยังรู้สึกได้ว่าเสียงลากยาวตอนสตาร์ทต่างกันอยู่ครับ คือน้อยลงกว่าเดิมแบบรู้สึกได้)

3. ค่า STFT ตอนที่ขับแบบธรรมดา ไม่กดหนัก ส่วนตอนกดหนักๆ ยังไม่เคยจับวัดครับ

ตอนที่เป็น e20 เพียวๆ จะอยู่ที่ ไม่ต่ำกว่า -10 น่าจะ -7 ถึง -8 (หัวฉีดเดิม +25 ไม่เกินนี้ คร่าวๆ ที่พอจำได้)
ตอนที่เป็น e85 เพียวๆ จะอยู่ทีประมาณไม่เกิน +25 (หัดฉีดเดิม +45)
ถ้าผสม e20 กับ e85 ในอัตราส่วนที่เหมาะสม น่าจะสามารถทำให้ STFT เป็นค่ามากกว่าศูนย์ คือเป็น + นิด ๆ ไม่ให้เกิน +10 น่าจะส่งผลดีต่อเครื่องยนต์ในรีะยะยาว ประมาณการณ์ไว้ว่านะจะประมาณ e85:e20 เป็น 3 ต่อ 1 แต่ยังไม่ได้ทดลองจับวัดและหาส่วนผสมแบบจริงจัง

4. การขับขี่รู้สึกได้ว่า ถ้าจะให้พุ่งด้วยอัตราเร่งเท่าเดิม จะเหยียบคันเร่งลึกน้อยกว่าเดิม ตอบสนองดีขึ้น อืดน้อยลงกว่าเดิม (ไม่รู้เกี่ยวกับ เปลี่ยนน้ำมันเครืองใหม่ ช่วยเสริมด้วยหรือไม่) กดแล้วรู้สึกว่า พุ่งกว่าตอนทียังไม่เปลี่ยนหัวฉีด อันนี้เทียบว่ากรณี e85 เพียวๆ ครับ

5. รอบสูงๆ กดหนักๆ ยังไม่ได้จับวัดค่าอะไรครับ
แต่ถ้าต้องขับเร่งเร็วๆ เช่น กด kickdown เดี๋ยวนี้ผมพยายามจะไม่ให้เกิน 4,000 rpm เฉลี่ยจะไม่ค่อยเกิน 3,000 rpm
ส่วนตัวเหมือนกับว่าพอมันตอบสนองดีขึ้น กด kickdown ไม่ต้องลึกเท่าเดิม รอบก็เลยไม่ดีดไป 5,000 -6,000 เท่าไร เพราะของเดิมกดแล้วอืด น้ำหนักการกด ก็เลยอาจจะมากไป

เพิ่มเติม - ก่อนเปลี่ยนหัวฉีด ได้ทำการเปลี่ยนกรองเบนซิน ไปแล้วก่อนหน้านั้นครับ
ในแง่หนึ่งผมต้องบอกว่าขับแบบเรื่อยๆ เนืองๆ ไต่ระดับนะครับสำหรับผมค่าเลยไม่สูงมากขนาดนั้นหรืออย่างที่หลายๆ คนเป็นกันขับเร็วสุดก็ 110 เป็นธรรมดา ปล่อยไหลซะส่วนมาก เพราะงั้นการขับขี่ผมค่อนข้างพอเชื่อได้กรณีนี้สำหรับผมเท่านั้นนะ
แลกเปลี่ยนข้อแรกก่อน
avg ของผมหลังจากลองล่าสุดอยากขับแบบเนิบๆ บ้างก็80-110นี่แหละ แบบไม่หวือหวา ด้วยระยะทาง 360กิโล ค่าเฉลี่ย 15.8xx จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่คิดจากเติมเต็มถังถึงที่หมายหมดไป 23ลิตร (มันมีบางช่วงที่ต้องหนีสิบล้อบ้างก็เหยียบเหมือนกัน) แล้วเติมกลับเต็มได้ราว 22.xx ตีเป็น 23ลิตร คิดแล้วได้ 15.6 ผมว่ามันก็ไม่งเท่าไหร่นะ
ข้อสองนี่รู้สึกจะเหมือนกันนะไม่เหมือนแต่ก็คงคล้ายละ
ตอนที่เป็น e20 เพียวๆ จะอยู่ที่ ไม่ต่ำกว่า -10 น่าจะ -7 ถึง -8 (หัวฉีดเดิม +25 ไม่เกินนี้ คร่าวๆ ที่พอจำได้)
ข้อนี้ผมไม่ถึงนะแค่ +10 - +15 ตอนแร่งมากๆ แรกๆ ใหม่ๆ นะ
ตอนที่เป็น e85 เพียวๆ จะอยู่ทีประมาณไม่เกิน +25 (หัดฉีดเดิม +45)
ของผมอยู่ราวๆ +20 - +25  แรกๆ ใหม่ๆ นะ
ข้อ4 บอกได้เลยครับว่าไม่รู้ครับ 555 ไม่ได้กวนนะแต่อย่างที่บอกผมขับเรื่อยๆ อะก่อนออกตัวผมปล่อยไหลก่อนแล้วค่อยเหยียบคันเร่งแค่แตะเบาๆ เพราะงั้นไม่มีแบบออกตัวเหยียบล้อหมุนเอี๊ยดหมดกัน
ข้อ5 บอกเลยว่าตั้งแต่ขับมารอบยังไม่เกิน 2700 เลย ขับ 110 รอบยังไม่ถึง 2200 ไม่ต้องคุยกับใครเลยที่ขับมารอบมากสุด2700 ตอนขึ้นสะพานพระราม 9 ตรงธ.กสิกรไทยอะแค่นั้น

ขับซิ่งแต่งซิ่งเหยียบมิดไม่ต้องมากับพ๊มผมขับอยู่แค่นี้จริงๆ ครั้งล่าสุดเนี่ยถังเดียว 560 โลจนไฟเตือนขึ้นถึงเติมทางยาวนะ เติมกลับ34ลิตร ตอนนี้จะติดกล่องคิททั้งหลายดีมั๊ย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 ตุลาคม 2014 - 02:28:03 โดย bilamos@MC Club » บันทึกการเข้า

khisiran
Green Label
****

ระดับแอลกอฮอล์ 41
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 670

HJC ID : 52268



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: 27 ตุลาคม 2014 - 15:40:25 »

ในแง่หนึ่งผมต้องบอกว่าขับแบบเรื่อยๆ เนืองๆ ไต่ระดับนะครับสำหรับผมค่าเลยไม่สูงมากขนาดนั้นหรืออย่างที่หลายๆ คนเป็นกันขับเร็วสุดก็ 110 เป็นธรรมดา ปล่อยไหลซะส่วนมาก เพราะงั้นการขับขี่ผมค่อนข้างพอเชื่อได้กรณีนี้สำหรับผมเท่านั้นนะ
แลกเปลี่ยนข้อแรกก่อน
avg ของผมหลังจากลองล่าสุดอยากขับแบบเนิบๆ บ้างก็80-110นี่แหละ แบบไม่หวือหวา ด้วยระยะทาง 360กิโล ค่าเฉลี่ย 15.8xx จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่คิดจากเติมเต็มถังถึงที่หมายหมดไป 23ลิตร (มันมีบางช่วงที่ต้องหนีสิบล้อบ้างก็เหยียบเหมือนกัน) แล้วเติมกลับเต็มได้ราว 22.xx ตีเป็น 23ลิตร คิดแล้วได้ 15.6 ผมว่ามันก็ไม่งเท่าไหร่นะ
ข้อสองนี่รู้สึกจะเหมือนกันนะไม่เหมือนแต่ก็คงคล้ายละ
ตอนที่เป็น e20 เพียวๆ จะอยู่ที่ ไม่ต่ำกว่า -10 น่าจะ -7 ถึง -8 (หัวฉีดเดิม +25 ไม่เกินนี้ คร่าวๆ ที่พอจำได้)
ข้อนี้ผมไม่ถึงนะแค่ +10 - +15 ตอนแร่งมากๆ แรกๆ ใหม่ๆ นะ
ตอนที่เป็น e85 เพียวๆ จะอยู่ทีประมาณไม่เกิน +25 (หัดฉีดเดิม +45)
ของผมอยู่ราวๆ +20 - +25  แรกๆ ใหม่ๆ นะ
ข้อ4 บอกได้เลยครับว่าไม่รู้ครับ 555 ไม่ได้กวนนะแต่อย่างที่บอกผมขับเรื่อยๆ อะก่อนออกตัวผมปล่อยไหลก่อนแล้วค่อยเหยียบคันเร่งแค่แตะเบาๆ เพราะงั้นไม่มีแบบออกตัวเหยียบล้อหมุนเอี๊ยดหมดกัน
ข้อ5 บอกเลยว่าตั้งแต่ขับมารอบยังไม่เกิน 2700 เลย ขับ 110 รอบยังไม่ถึง 2200 ไม่ต้องคุยกับใครเลยที่ขับมารอบมากสุด2700 ตอนขึ้นสะพานพระราม 9 ตรงธ.กสิกรไทยอะแค่นั้น

ขับซิ่งแต่งซิ่งเหยียบมิดไม่ต้องมากับพ๊มผมขับอยู่แค่นี้จริงๆ ครั้งล่าสุดเนี่ยถังเดียว 560 โลจนไฟเตือนขึ้นถึงเติมทางยาวนะ เติมกลับ34ลิตร ตอนนี้จะติดกล่องคิททั้งหลายดีมั๊ย
อยากจะขับแบบเรื่อยๆ เหมือนกันครับ แต่สภาพการจราจร และช่วงเวลา กรณีของผม ใช้งานจริง ไม่สามารถทำได้ตลอดเวลา เช่น ช่วงกลับรถ ช่วงจะต้องเข้าไปร่วมกับทางหลัก แถวปทุมธานี ช่วงเช้าจะเป็นเวลาเร่งด่วน

แต่โดยทั่วๆ ไป ถ้าเร่งแบบไม่ได้แซง ไม่ต้องรีบหนึคันหลังที่เขาทำความเร็วมา ขับในช่วงเวลาเย็น การขับก็จะเป็นแบบค่อยๆ เร่งไต่เกียร์ไป รอบก็ไม่เกิน 2,500 ครับ น่าจะ 2,000-2,300
ที่เกิน 2,500 ไป ส่วนใหญ่จะเป็นการเร่งแค่ชั่วขณะ ไม่เกิน 10 วินาที หรือมากสุดคงไม่ได้เกิน ครึ่งนาที เพราะขับที่ความเร็วสูง ตจว. นิ่งๆ รอบก็ไม่เกิน 2,500 เหมือนกันครับ ส่วนออกตัวล้อเอี๊ยดคงไม่มี
จะมีเคยแต่ เคยแบบตอนที่วิ่งอยู่ที่ความเร็วว 40-60 แล้วกดอย่างหนักรอบเกิน 4000 เพื่อหนีคันหลังที่เขาทำความเร็วกันมา โดยจะเป็นช่วงเวลาวิ่งเข้าไปร่วม หรือจะต้องขอทางเข้าไปเพื่อชิดขวากลับรถ  อีกอย่างที่ทำความเร็วกันมานั้นมี 80+ ขึ้นไป ถ้ามัวแต่งุ่มง่าม เดี๋ยวจะต้องไปกลับข้างหน้า เลยไปอีกเป็นกิโล   ประมาณนั้น นอกนั้นขับปกติ

ส่วนอัตรากินน้ำมัน โหลดของผมคือ ผมนั่งกันสี่คน มีเด็กเล็ก รวมสองคน ประมาณ 20 กว่าโล ผมกับแฟน ก็อีก 100 กว่า รวมสัมภาระอื่นๆ ก็น่าจะราวเป็นประมาณ 150 กิโลได้ครับ
บันทึกการเข้า

Fit Horn, Radio Control Switch on steering, Time-adjustable Windshield Wiper, Rear Flashing Light, ON-OFF Light Switch at Trunk Lamp, LED in [Dome, Trunk, Key-Hole, Parking Lamp], LED 12 dots 3rd Brake Lamp, Pivot 3-Drive AC Th, Magic(rigid) Collar,Summit Middle Lower Bar, R20 10-holes fuel injector,

bilamos@MC Club
Gold Label
*****

ระดับแอลกอฮอล์ 66
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1259

HJC ID : 61521



ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: 27 ตุลาคม 2014 - 22:33:52 »

ในแง่หนึ่งผมต้องบอกว่าขับแบบเรื่อยๆ เนืองๆ ไต่ระดับนะครับสำหรับผมค่าเลยไม่สูงมากขนาดนั้นหรืออย่างที่หลายๆ คนเป็นกันขับเร็วสุดก็ 110 เป็นธรรมดา ปล่อยไหลซะส่วนมาก เพราะงั้นการขับขี่ผมค่อนข้างพอเชื่อได้กรณีนี้สำหรับผมเท่านั้นนะ
แลกเปลี่ยนข้อแรกก่อน
avg ของผมหลังจากลองล่าสุดอยากขับแบบเนิบๆ บ้างก็80-110นี่แหละ แบบไม่หวือหวา ด้วยระยะทาง 360กิโล ค่าเฉลี่ย 15.8xx จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่คิดจากเติมเต็มถังถึงที่หมายหมดไป 23ลิตร (มันมีบางช่วงที่ต้องหนีสิบล้อบ้างก็เหยียบเหมือนกัน) แล้วเติมกลับเต็มได้ราว 22.xx ตีเป็น 23ลิตร คิดแล้วได้ 15.6 ผมว่ามันก็ไม่งเท่าไหร่นะ
ข้อสองนี่รู้สึกจะเหมือนกันนะไม่เหมือนแต่ก็คงคล้ายละ
ตอนที่เป็น e20 เพียวๆ จะอยู่ที่ ไม่ต่ำกว่า -10 น่าจะ -7 ถึง -8 (หัวฉีดเดิม +25 ไม่เกินนี้ คร่าวๆ ที่พอจำได้)
ข้อนี้ผมไม่ถึงนะแค่ +10 - +15 ตอนแร่งมากๆ แรกๆ ใหม่ๆ นะ
ตอนที่เป็น e85 เพียวๆ จะอยู่ทีประมาณไม่เกิน +25 (หัดฉีดเดิม +45)
ของผมอยู่ราวๆ +20 - +25  แรกๆ ใหม่ๆ นะ
ข้อ4 บอกได้เลยครับว่าไม่รู้ครับ 555 ไม่ได้กวนนะแต่อย่างที่บอกผมขับเรื่อยๆ อะก่อนออกตัวผมปล่อยไหลก่อนแล้วค่อยเหยียบคันเร่งแค่แตะเบาๆ เพราะงั้นไม่มีแบบออกตัวเหยียบล้อหมุนเอี๊ยดหมดกัน
ข้อ5 บอกเลยว่าตั้งแต่ขับมารอบยังไม่เกิน 2700 เลย ขับ 110 รอบยังไม่ถึง 2200 ไม่ต้องคุยกับใครเลยที่ขับมารอบมากสุด2700 ตอนขึ้นสะพานพระราม 9 ตรงธ.กสิกรไทยอะแค่นั้น

ขับซิ่งแต่งซิ่งเหยียบมิดไม่ต้องมากับพ๊มผมขับอยู่แค่นี้จริงๆ ครั้งล่าสุดเนี่ยถังเดียว 560 โลจนไฟเตือนขึ้นถึงเติมทางยาวนะ เติมกลับ34ลิตร ตอนนี้จะติดกล่องคิททั้งหลายดีมั๊ย
อยากจะขับแบบเรื่อยๆ เหมือนกันครับ แต่สภาพการจราจร และช่วงเวลา กรณีของผม ใช้งานจริง ไม่สามารถทำได้ตลอดเวลา เช่น ช่วงกลับรถ ช่วงจะต้องเข้าไปร่วมกับทางหลัก แถวปทุมธานี ช่วงเช้าจะเป็นเวลาเร่งด่วน

แต่โดยทั่วๆ ไป ถ้าเร่งแบบไม่ได้แซง ไม่ต้องรีบหนึคันหลังที่เขาทำความเร็วมา ขับในช่วงเวลาเย็น การขับก็จะเป็นแบบค่อยๆ เร่งไต่เกียร์ไป รอบก็ไม่เกิน 2,500 ครับ น่าจะ 2,000-2,300
ที่เกิน 2,500 ไป ส่วนใหญ่จะเป็นการเร่งแค่ชั่วขณะ ไม่เกิน 10 วินาที หรือมากสุดคงไม่ได้เกิน ครึ่งนาที เพราะขับที่ความเร็วสูง ตจว. นิ่งๆ รอบก็ไม่เกิน 2,500 เหมือนกันครับ ส่วนออกตัวล้อเอี๊ยดคงไม่มี
จะมีเคยแต่ เคยแบบตอนที่วิ่งอยู่ที่ความเร็วว 40-60 แล้วกดอย่างหนักรอบเกิน 4000 เพื่อหนีคันหลังที่เขาทำความเร็วกันมา โดยจะเป็นช่วงเวลาวิ่งเข้าไปร่วม หรือจะต้องขอทางเข้าไปเพื่อชิดขวากลับรถ  อีกอย่างที่ทำความเร็วกันมานั้นมี 80+ ขึ้นไป ถ้ามัวแต่งุ่มง่าม เดี๋ยวจะต้องไปกลับข้างหน้า เลยไปอีกเป็นกิโล   ประมาณนั้น นอกนั้นขับปกติ

ส่วนอัตรากินน้ำมัน โหลดของผมคือ ผมนั่งกันสี่คน มีเด็กเล็ก รวมสองคน ประมาณ 20 กว่าโล ผมกับแฟน ก็อีก 100 กว่า รวมสัมภาระอื่นๆ ก็น่าจะราวเป็นประมาณ 150 กิโลได้ครับ

ที่ผมขับเนิบๆ ก็มีบ้างแบบที่ต้องเร่งกลับรถก็ใช้แรงเฉื่อยลากไปเพื่อที่ไม่ต้องกดคันเร่งมากผมไปกลับลาดพร้าวบางซื่อทุกวันเส้นทางไม่ต้องพูดถึงติดนรกเร่งเหยียบเบรคประจำมีเร่งก็ตามปกติ ถึงเร่งรอบผมก็จะไม่ค่อยเกิน 2500 ส่วนใหญ่อาศัยแรงเฉื่อยเพื่อลากรถไปช่วยผ่อนแรง วิ่งทางไกลก็โดยปกติ 4 คน โดยประมาณก็250โล สัมภาระก็ราวๆ 80-100 แล้วแต่รอบไปทีทำยังกะย้ายบ้าน เพราะงั้นผมจะใช้แรงเฉื่อยมากกว่าปกติขับต่างจังหวัด 110 เกือบตลอดทาง มีสูงกว่สนี้บ้างต่ำกว่านี้บ้างแต่เฉลี่ย 110 ส่วนในเมืองก็ตามสภาพละครับรู้ๆ กันไปได้เท่าไหร่ก็เท่านั้นละนะ
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: